ย้อนรอย 5 เรื่องหลังเกม “ปีศาจแดง” บุกถล่ม “หงส์ขาว” แบบคาบ้าน 4-0

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่มีกุนซือจอมเข้มอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งพึ่งพาสังกัดคว้าชัยในนัดที่เจอกับ สวอนซี ซิตี้ สกอร์ขาดลอยถึง 4-0

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

และนี่คือ 5 เรื่องหลังเกมที่ ปีศาจแดง บุกเอาชนะ สวอนซี ซิตี้ ของศึก พรีเมียร์ลีก ที่ผ่านมา

5. มูผู้ไร้พ่าย
โชเซ่ มูรินโญ่ ยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายต่อ สวอนซี เอาไว้ได้ต่อไปในอาชีพการเป็นกุนซือ เขายังไม่เคยคุมทีมแพ้ หงส์ขาว เลยในพรีเมียร์ลีก เขาลงคุม 8 เกม ชนะ 6 เสมอ 2 ยิงได้ 21 เสียไปเพียง 6 ประตู และนี่คือผลงานของเขา
2013/14: คุม เชลซี ชนะ สวอนซี 1-0 (เหย้า)
2013/14: คุม เชลซี ชนะ สวอนซี 1-0 (เยือน)
2014/15: คุม เชลซี ชนะ สวอนซี 4-2 (เหย้า)
2014/15: คุม เชลซี ชนะ สวอนซี 5-0 (เยือน)
2015/16: คุม เชลซี เสมอ สวอนซี 2-2 (เหย้า)
2016/17: คุม แมนฯ ยูฯ ชนะ สวอนซี 3-1 (เยือน)
2016/17: คุม แมนฯ ยูฯ เสมอ สวอนซี 1-1 (เหย้า)
2017/18: คุม แมนฯ ยูฯ ชนะ สวอนซี 4-0 (เยือน)

4. ลูกากู ปลดล็อก & สร้างสถิติ
โรเมลู ลูกากู ปลดล็อกสกอร์ใส่ หงส์ขาว ได้เสียที หลังรอคอยมานาน 3 ปี เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่สามารถยิงประตู สวอนซี ได้เลยใน 6 นัดหลัง(ทุกรายการ) ลูกากู เปิดตัวสองนัดแรกด้วยการกดไป 3 ตุง และในตอนนี้บ่อนรับพนันถูกกฎหมายที่อังกฤษ ยกให้เขาเป็นตัวเต็งที่จะซิวรองเท้าทองคำ ส่วน
แฮร์รี่ เคน ศูนย์หน้า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เจ้าของรางวัลสองซีซั่นหลังสุดหล่นไปเป็นเต็งสองแทนหลังจากทำประตูใส่ สวอนซี ได้ ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เล่นรายที่ 5 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ประเดิม 2 เกมแรกในลีกของเขาให้กับ ปีศาจแดง แล้วทำประตูได้ทั้ง 2 นัด – ต่อจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, เฟเดริโก้ มาเคด้า และหลุยส์ ซาฮา

3. ไลน์อัพลงตัว?
โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ ปีศาจแดง ยังคงใช้ 11 ตัวจริงชุดเดิมจากเกมที่พวกเขาเปิดรังเอาชนะ เวสต์แฮม 4-0 นัดเปิดฤดูกาล ในเมื่อผลงานนัดเเรกออกมาดี แถมยังไม่มีภารกิจเตะเกมกลางสัปดาห์ก็ไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร สถิติบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เปลี่ยนไลน์อัพ 11 ตัวจริงหรือใช้ผู้เล่นชุดเดิมติดต่อกันในเกมพรีเมียร์ลีกซึ่งครั้งนี้นับว่าเป็นหนแรกนับตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2016 ที่น่าสนใจคือ มูรินโญ่ จะใช้ขุนพลชุดเดิมหรือไม่ในเกมถัดไปกับ เลสเตอร์ ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด?

2. มาร์กซิยาล ฟอร์มแจ่ม มูรินโญ่ ว่าไง?
โชเซ่ มูรินโญ่ เผยในแถลงข่าวก่อนเกมนี้ถึงประเด็น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ว่า เขา “เชื่อมั่น” ในตัวนักเตะรายนี้ และมั่นใจว่าเขาจะมีซีซั่นที่ ”ดีกว่า” ฤดูกาลก่อนนั่นหมายความว่า มาร์กซิยาลน่าจะโชว์ฟอร์มในฤดูกาลนี้ได้ดีกว่าฤดูกาลก่อนตามที่ มูรินโญ่ได้คาดการณ์เอาไว้ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองนัดที่สองแล้วยิงประตูได้เป็นเกมที่สองติดต่อกัน โดยเกมเมื่อวีกที่ผ่านมากับ เวสต์แฮมเขามีเวลาในสนาม 10 นาที ส่วนเกมกับ สวอนซี ล่าสุด เขามีเวลาปล่อยของ 15 นาที

1. แรชฟอร์ด มีบางอย่างที่ต้องแก้ไข
หลังจากจบเกมบุกไปถอนขน หงส์ขาว ถึงบ้าน ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม 4-0 มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ จึงทำให้เกิดคำถามตามมา
1. คือ มูรินโญ่ จะยังคงยึดหลักผู้เล่น 11 ตัวจริงชุดเดิมหรือไม่ในเกมถัดไป?
2. คือ ในเมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ทำผลงานได้ดี มูรินโญ่ จะจับเขาไว้เป็นตัวสำรองอีกหรือเปล่า?
3. คือ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะหลุดตัวจริงหรือไม่ในนัดหน้า?

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

มหาอำนาจ! แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ถูกการจัดอันดับของนิตยสารจาก Forbes สโมสรที่มูลค่าสูงที่สุด 5 อันดับแรก มีดังนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

1. สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด(Manchester United) มีมูลค่า 122,693 ล้านบาท
2. สโมสร บาร์เซโลน่า (Barcelona) มีมูลค่า 121,031 ล้านบาท
3. สโมสร เรอัล มาดริด (Real Madrid) มีมูลค่า 119,036 ล้านบาท
4. สโมสร บาเยิร์น มิวนิค (Bayern Munich) มีมูลค่า 90,108 ล้านบาท
5. สโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) มีมูลค่า 69,160 ล้านบาท

เมื่อเปรียบเทียบกับสโมสรคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง Manchester City ใน Premier League ด้วยกันแล้ว แมนยูมีมูลค่าสโมสรมากกว่าถึง 53,533 ล้านบาท ส่วนสโมสรอื่นๆ เช่น เชลซี อาร์เซน่อล ลิเวอร์พูล ไม่ต้องพูดถึง ยังห่างชั้นกันมากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของแมนยูมีใครบ้าง?

บริษัท Baron Capital Group 37.70%
บริษัท Red Football LLC ของตระกูลเกลเซอร์ 20.03%
บริษัท Lansdowne Partners 12.35%
บริษัท Jupiter Asset Management 7.01%

เราสามารถซื้อหุ้นของแมนยูได้ไหม?
ถ้าเราอยากจะร่วมเป็นเจ้าของแมนยูเราซื้อหุ้นได้ที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) มีตัวย่อว่า “MANU” โดยเทรดกันอยู่ที่ราคา $16.5 หรือ 544 บาท ต่อหุ้น

แล้วรายได้หลักๆของแมนยูมาจากไหนบ้าง?
ในปี 2016 ที่ผ่านมา แมนยูมีรายได้เข้าสโมสรสูงถึง 22,012 ล้านบาท แบ่งเป็น
1. รายได้จากสปอนเซอร์บนเสื้อแข่งและโฆษณา 6,850 ล้านบาท
2. รายได้จากการขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด 6,018 ล้านบาท
3. รายได้จากการขายตั๋วชมเกมส์ฟุตบอล 4,555 ล้านบาท
4. รายได้จากการขายเสื้อและของที่ระลึก 4,156 ล้านบาท
5. รายได้จากแอพในมือถือและโซเชียลมีเดีย 432 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายที่แมนยูต้องจ่ายในปีที่ผ่านมาแบ่งเป็น
1. ค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้จัดการทีม โค้ช สตาฟ นักเตะ และทีมงานอื่นๆ 9,942 ล้านบาท
2. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น ค่าดูแลสนาม ค่าจัดการแข่งฟุตบอลค่าเช่าร้านขายสินค้า 3,924 ล้านบาท
3. ค่าต่อสัญญา ค่ายืมตัวนักเตะ ค่าเซ็นสัญญานักเตะใหม่ (Amortization Expenses) 3,757 ล้านบาท (และในอนาคตคาดว่าจะต้องจ่ายอีก 4,722 ล้านบาท ในรอบบัญชีหน้าจากการซื้อตัวนักเตะใหม่)
4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าที่ปรึกษา นายหน้าค่าตัวนักเตะ 632 ล้านบาท
5. ค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินพวกที่ดิน สนามซ้อม อุปกรณ์กีฬา (Depreciation Expenses) 432 ล้านบาท โดยเมื่อนำรายได้มาหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด 18,687 ล้านบาท แมนยูจะมีกำไรก่อนหักภาษีสูงถึง 3,325 ล้านบาท จึงไม่น่าแปลกใจเลยในฤดูกาลที่แล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงได้ซื้อ พอล ป็อกบา จากสโมสรยูเวนตุส ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลก สูงถึง 89 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3,816 ล้านบาท รวมถึงคนอื่นๆอย่าง เอริก ไบยี่ ค่าตัว 30 ล้านปอนด์หรือประมาณ 1,286 ล้านบาท แต่ที่น่าสนใจคือ ตอนนี้แมนยูมีหนี้สินสูงถึง 42,461 ล้านบาทเช่นกัน ซึ่งหมายความว่าที่ผ่านมาสโมสรก็ก่อหนี้ขึ้นมามากแต่

อย่างไรก็ตามสถิติของป็อกบานี้ ได้ถูกทำลายด้วยการย้ายทีมของเนย์มาร์ จูเนียร์ จากทีมบาร์เซโลนา ไปยังสโมสรปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในฤดูกาลนี้ด้วยสถิติโลกใหม่สูงถึง 198 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 8,489 ล้านบาท

ถามว่าตอนนี้แมนยูซื้อนักเตะแพงแบบ เนย์มาร์ ได้ไหม?
ถ้าคำนวณแล้ว ค่าตัวแบบเนย์มาร์ แมนยูต้องยอมแลกกับกำไรทั้งหมดที่ทำได้ถึง 3 ปีรวมกันก็คงขึ้นอยู่กับว่าผู้บริหารจะใจถึงหรือไม่

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

แบบนี้เอง! มูรินโญ่ เผย เหตุเปลี่ยน อิบรา ออกหลังพักครึ่ง มันเป็นแท็คติก

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือจอมเข้มของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเผยสาเหตุการปรับเปลี่ยนทีมแบบนั้นหลังพักครึ่ง เผยว่ามันเป็นแท็คติกที่วางไว้ตั้งแต่แรก

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 2 พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เบิร์นลี่ย์ ซึ่งทำให้แฟนผีหลายคนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นสกอร์โดนนำตั้ง 2 ลูก ทำเอา มูรินโญ่ ถึงกับกุมหัว หลังจบครึ่งแรกแล้ว นักเตะเข้าห้องแต่งตัว มูรินโญ่ได้ถอดนักเตะออกสองคน ซึ่งรวมถึง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ออก และมันได้ผล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

“มันเป็นการเสี่ยงครั้งใหญ่ และ โจนส์ ก็ยอมรับโดยมี เนมานยา มาติช คอยกรองแย่งบอลคืนมาอยู่ข้างหน้า แล้วขึงเกมในแผงมิดฟิลด์ไม่ให้เราโดนสวนง่าย ๆ”

“จากนั้นผมตัดสินใจใช้ มคิตาร์ยาน, ลินการ์ด และ มาต้า เป็นสามแนวรุกคอยสร้างสรรค์โอกาสอยู่ด้านหลัง ลูกากู ซึ่งมันก็เป็นการแก้เกมที่ประสบความสำเร็จเพราะมีจังหวะสำคัญมากมายในพื้นที่สุดท้าย จนไล่ตีเสมอได้สำเร็จ” มูรินโญ่ กล่าวหลังจบเกม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

โชเซ่ มูรินโญ่ ประเดิมซิวชัยเกมแรกกับ “ปีศาจแดง” ในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สำเร็จ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงกลุ่มเอ ย้อนไปนัดที่ มูรินโญ่ ประเดิมชัยแรกให้กับสังกัดแบบชิวๆ ในศึก ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก หลังเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เอฟซี บาเซิ่ล

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังเปิดรังไล่ถล่มเอาชนะ เอฟซี บาเซิ่ล ทีมดังจาก สวิตเซอร์แลนด์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หลังเปิดรังไล่ถล่มเอาชนะ เอฟซี บาเซิ่ล 3-0 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา โดยเกมนี้ มาร์คัส แรชฟอร์ด สร้างสถิติประเดิมเกมชปล.ซัดประตูแรกได้ทันทีแต่สามแต้มครั้งนี้ก็ต้องแลกด้วยอาการบาดเจ็บของ
ปอล ป็อกบา

แมนฯ ยูไนเต็ดลงเปิดหัวแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มเป็นการกลับมาสู่สังเวียนนี้อีกครั้งจากการคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก เกมนี้ขาดคู่เซนเตอร์ตัวจริงทั้ง เอริก ไบยี่ กับ ฟิล โจนส์ ที่ติดแบน ทำให้ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ได้ออกสตาร์ตคู่ คริส สมอลลิ่ง

ขณะที่ ปอล ป็อกบา ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมแทน อันโตนิโอ วาเลนเซียที่เป็นแค่สำรอง เจ้าบ้านทักทายก่อนในนาทีที่ 14 จากจังหวะที่ โรเมลู ลูกากู จ่ายจากปีกขวาเข้ามาให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เบิ้ลเข้าเขตโทษด้านขวา ฆวน มาต้า หลุดไปดีดด้วยซ้ายทีเดียวถึง เฮนริค มคิทาร์ยานโหม่งเหน่งๆ ข้ามคานน่าเสียดาย

แมนฯ ยูไนเต็ดเจอข่าวร้าย ปอล ป็อกบา เกิดเจ็บเองจากจังหวะยืดขาแหย่สกัดบอลจนถึงขั้นเล่นต่อไม่ไหว ต้องเปลี่ยนเอา มารูยาน เฟลไลนี่ ลงมาแทนนาที 19

โอกาสของทีมปีศาจแดงอีกครั้งในนาที 22 ลูกากู ได้บอลในเขตโทษด้านขวาสุดเส้น แล้วปาดย้อนมาให้ มคิทาร์ยาน ชาร์จชนเสาแรกบอลเด้งมาเข้าทางเขายิงซ้ำอีกทีก็ไม่ผ่าน โทมัส วาคลิค เซฟไว้ได้หวุดหวิด

ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ เมื่อ แอชลี่ย์ ยัง บรรจงเปิดจากริมเส้นด้านขวาเข้าไปให้
มารูยาน เฟลไลนี่ เทกตัวโขกจมตาข่ายหมดครึ่งแรกที่สกอร์นี้

ครึ่งหลัง นาที 53 เจ้าถิ่นหนีห่าง 2-0 เมื่อ ดาเล่ย์บลินด์ เติมมาทางซ้ายแล้วครอสมาเข้าหัว โรเมลู ลูกากู โหม่งเน้นๆ ไม่เหลือซาก

ทีมเยือนได้ลุ้นบ้างเป็นการยืนตำแหน่งผิดพลาดของกองหลังยูไนเต็ดเอลยูนุสซี่ได้บอลในเขตโทษด้านซ้ายแล้วล็อกเข้าในมายิง แต่ว่า ดาบิด เด เคอา ยังปัดทิ้งยอดเยี่ยม

นาที 79 มาร์คัส แรชฟอร์ด ตัวสำรองของผีแดงที่เพิ่งลงมาสบโอกาสยิงหน้าเขตโทษแต่ลูกนี้บอลเหินข้ามคานออกไปไกล เจ้าถิ่นได้ประตูปิดท้ายในนาที 84 เมื่อ เฟลไลนี่ ทะลุมาในเขตโทษด้านขวา แล้วเปิดเข้ากลางมคิตาร์ยาน แปวืด บอลกลายเป็นมาเข้าทาง แรชฟอร์ด ยิงกระดอนพื้นย้อนทางเสียบเสาแรกทำสถิติลงเล่นนัดแรกในยูซีแอลทำประตูให้ผีแดงได้เลยทันที

เซ่นป็อกบาเจ็บ! “ผี” แจ่มเปิดหัวชปล.หลอนบาเซิ่ล 3-0 แรชฟอร์ดทุบสถิติอีกแล้วจบเกม แมนฯ ยูไนเต็ดเอาชนะบาเซิ่ลนิ่มๆ 3-0 เก็บสามแต้มประเดิมขึ้นนำจ่าฝูงกลุ่มเอ

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

คัมแบ็ค! ปีศาจแดง กลับมาผงาดอีกรอบ หลังแข้งสำคัญกลับมาลงสนามร่วมทัพ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก กลับมาฟอร์มเด่นอีกครั้งหลังจากที่พลาดท่ามา 3 นัดติด ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องกระสับกระส่ายในตำแหน่ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แข้งสำคัญหลายคนกลับมาลงสนามได้แล้ว และในวันเสาร์ที่ผ่านมาได้เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล ทีมดังจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และปีศาจแดงก็ได้ผงาดฟอร์มอันสุดโหดถล่ม สาลิกาดง ไปแบบขาดลอยถึง 4-1

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในคืนวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน ท่านผ่านมา ในศึกลีกฟุตบอลสูงสุดของอังกฤษ ปีศาจแดง ได้เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล ทีมดังแห่งเกาะอังกฤษ

ปีศาจแดงได้แข้งคนสำคัญกลับมาลงสนามช่วยทัพได้แล้ว การกลับมาอีกครั้งของ พอล ป๊อกบา สุดยอดมิดฟิลด์ดาวรุ่งค่าตัวแพงของผีแดง หลังจากได้เจ็บไปราวๆ 2 เดือน และได้กลับมาทำผลงานได้อย่างสุดยอด ฟอร์มเด่นเอาสุดๆ ด้วยการทำแอสซิส 1 ยิง 1 ซึ่งเป็นผลงานที่ทาง โชเซ่ มูรินโญ่ พอใจเอาสุดๆ กับการกลับมาครั้งนี้ ส่วนคนสำคัญอีกรายคือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หรือนามที่เรียกกันว่า “พระเจ้า” แห่งวงการฟุตบอล ก็กลับมาลงนามได้เช่นกัน

แต่สิ่งที่น่าทึ่งไปกว่านี้คือ ซลาตัน กลับมาเร็วกว่ากำหนด ซึ่งหมายความว่าเขาหายเจ็บได้เร็วกว่าปกติที่ทางแพทย์ได้กำหนดไว้ แต่เจ้าตัวบอกว่าผมฟิตพอที่จะลงสนามช่วยสังกัดได้แล้ว ทั้งที่ทีมแพทย์สั่งห้ามแล้วว่าไม่สามารถลงสนามได้ แต่เจ้าตัวไม่ยอม แต่เจ้าตัวก็ได้ลงสนามแค่ 10 นาที เพราะกลัวอาการบาดเจ็บจะกลับมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี ปีศาจแดง ได้กลับมาทำศึกอีกครั้งในระบบที่มีแข้งคนสำคัญหลายคนกลับมาช่วยทีมได้ ทำให้นึกถึงช่วงเปิดฤดูกาลใหม่ๆ ที่ผีแดงผงาดฟอร์มได้สุดยอดเอามากๆ ด้วยสถิติไม่แพ้ใครเลยมา 6 นัดติด

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ส่อแววรุ่ง! 5 เหตุผลที่ “มาร์คัส แรชฟอร์ด” จะจรัสแสงในซีซั่นนี้

หลังจากที่ได้เห็นฟอร์มของศูนย์ดาวรุ่งอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด ในปรีซีซั่นแล้วก็ต้องบอกว่าเล่นเอาสาวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฝันหวานไปตามๆ กันเลยว่าพวกเขาจะได้ยอดกองหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกคนอย่างแน่นอน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก ได้ทำศึกผ่านมาหลายสัปดาห์แล้ว และผลงานก็คงที่ แต่สิ่งที่น่าจับตามองอีกอย่างก็คือ แข้งดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด เจ้าหนูวัย 19 ที่ทำผลงานได้อย่างน่าชื่นชม และเขายังได้รับคำชื่นชมจาก โชเซ่ มูรินโญ่ อีกด้วย และจากนี้เรามาดู 5 เหตุผลที่จะทำให้รู้ว่าแข้งหนุ่มรายนี้จะฉายแสงในวงการลูกหนังได้ดีแค่ไหน

และนี้คือ 5 เหตุผลที่ทำไม มาร์คัส แรชฟอร์ด จะระเบิดฟอร์มได้ในฤดูกาลนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

5. ประสบการณ์เพิ่มขึ้น

ฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ 3 ของเขากับทีมชุดใหญ่โดยแม้จะมีโอกาสลงสนามไม่ได้มากมายอะไรแต่เขาก็ได้รับคำแนะนำจากบรรดาซุปตาร์รุ่นพี่เป็นประจำไม่ว่าจะเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หรือ เวย์น รูนีย์ ก็ตามทำให้ในฤดูกาลใหม่นี้ที่จะเริ่มขึ้นเจ้าตัวน่าจะมีความนิ่งและเฉียบขาดในการทำประ
ตูและจบสกอร์มากกว่าเดิมซึ่งถือเป็นจุดอ่อนของเขาในซีซั่นก่อน

4. ระบบทีมดูดีขึ้น

การจากไปของ เวย์น รูนีย์ และการเข้ามาของโรเมลู ลูกากู จะทำให้แผงหน้าของ ยูไนเต็ด มีความน่ากลัวมากขึ้นซึ่งจะช่วยลดความกดดันของ แรชฟอร์ด ได้เป็นอย่างดีเพราะคนจะหันไปเพ็งเล็งที่
ลูกากู มากกว่าและด้วยสไตล์ถึก เร็วของลูกากูจะทำให้ แรชฟอร์ด เล่นได้ง่ายมากขึ้นเพราะมีคนคอยชนกองหลังให้นั้นเอง

3. ความสามารถหลากหลาย

แม้ตำแหน่งถนัดของ แรชฟอร์ด จะเป็นกองหน้าแต่หลายๆเกมเราจะเห็นว่า แรชฟอร์ด สามารถที่จะถ่างออกไปเล่นทางด้านข้างได้ดีแม้แพ้ปีกธรรมชาติเลยทีเดียวแถมเจ้าตัวยังมีเซ้นต์บอลที่ยอดเยี่
ยมมีคิลเลอร์พาสสวยๆให้เห็นบ่อยครั้งดังนั้นการที่มีเขาอยู่ในสนามจะช่วยเพิ่มมิติเกมรุกให้กับ ยูไนเต็ด ได้มากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

2. โอกาสลงสนามมากขึ้น

มูรินโญ ได้แอบเปรยออกมาแล้วว่าอาจจะทำให้ แรชฟอร์ด เล่นเป็นศูนย์หน้าร่วมกับ โรเมลู ลูกากู
ในฤดูกาลใหม่นี้หลังจากที่ในฤดูกาลก่อนที่ผ่านมามูรินโญ มันเลือกที่จะใช้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เป็นหน้าเป้าคนเดียวและถ้าหากไม่เจ็บไม่ป่วย มูรินโญ ก็แทบจะไม่เปลี่ยนไม่พักออกเลยทำให้จะมีได้ลงมากขึ้นก็ตอน ซลาตัน เจ็บเท่านั้นเอง

1. มีความเป็นมืออาชีพ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวออกมาว่า แรชฟอร์ด ลงทุนทำห้องความเย็นเพื่อเร่งการฟื้นฟูสภาพร่าง
กายในบ้านของตัวเองซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวทุ่มเทต่อการลงสนามรับใช้ปีศาจแดงแค่ไหนแถมยังคงเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่องจะเห็นได้จากร่างกายที่ดูแข็งแกร่งมากกว่าเดิมในช่วงปรีซีซั่นนี้

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เอาฮา! “มูรินโญ่” เผยแท็คติกบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล ในศึกแดงเดือดคืนนี้

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือจอมเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยแท็คติกใหม่เอาฮา หลังบอกบรรดานักข่าวว่าเขาจะจัดกองหน้า 9 ตัวลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีก นัดสำคัญกับ ลิเวอร์พูล วันเสาร์นี้

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผย ทีมของเขาต้องใช้ระบบเกมนี้เท่านั้น ในเกมที่จะบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล เพื่อจะคว้าชัยชนะในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม นี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

มูรินโญ่ มักถูกวิจารณ์และโดนแซวอยู่ตลอดจากกุนซือทั่วโลกว่าชอบใช้รถบัสมาจอดหน้าประตู หรือเอาแต่เน้นเกมรับมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเจอกับทีมใหญ่ แต่ในศึกที่ต้องเจอกับหงส์แดงครั้งนี้น้ามูตอบเอาฮาว่า ทีมของเราจะเล่นแผนหน้า 9 ตัว เพื่อเปิดเกมรุกเต็มรูปแบบ(แอบหัวเราะเบาๆ)

นายใหญ่ ปีศาจแดง ตอบคำถามนักข่าวแบบเอาฮาเกี่ยวกับเรื่องแท็คติกของเขาที่จะใช้ในเกมกับ หงส์แดง ว่า ”ผมจะเล่นด้วยกองหลังหนึ่งคน และกองหน้าเก้าคน, ไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้”

”เราให้ผู้เล่นหนึ่งคนอยู่ในแดนหลัง เราจะใช้ระบบใหม่ เราจะเล่นด้วยกองหน้าเก้าตัว, ฉะนั้น ไม่ต้องกังวล”

ศึกแดงเดือดเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2017 จะแข่งขันในเวลา 18.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทาง beIN SPORTS 1

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ก่อนถึงปัจจุบัน! “ปีศาจแดง” ในยุคอันวุ่นวายก่อนจะเป็นยักษ์ใหญ่ในทุกวันนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับการเปลี่ยนแปลงครั้้งยิ่งใหญ่ของช่วงเวลาอันสั้น ที่แฟนบอลต้องจดจำกันไปอีกนาน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ไม่ได้สวยหรูมาตั้งแต่เริ่มต้น เพราะ ปีศาจแดง มีการเปลี่ยนกุนซื้อมาแล้วมากมาย เพื่อทำให้สโมสรลงตัวที่สุด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในยุค 1969-1986 สโมสรได้พยายามหาตัวแทนที่เหมาะสมของบัสบี โดยใช้ผู้จัดการทีมไปหลายคน
ได้แก่ วิฟ แมคกิวเนส, แฟรงค์ โอฟาร์เรล ก่อนที่ ทอมมี โดเคอร์ตี้เข้ามาคุมทีมในปี 1972 เขาได้ช่วยทีมให้รอดจากการตกชั้น แต่อย่างไรก็ดี ทีมก็ได้ตกชั้นลงไปในปี 1974 แต่สโมสรก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาทันทีในปีถัดไป และยังได้เข้าชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพในปีต่อมาอีกด้วย จากนั้นก็ได้เข้าชิงชนะเลิศอีกครั้งในปี 1977 โดยครั้งนี้สามารถคว้าแชมป์ได้โดยการเอาชนะทีมลิเวอร์พูลเป็นการดับความหวังการคว้าสามแชมป์ในปีเดียวกันของหงส์แดงลงไปถึงเขาจะทำหน้าที่ได้ดีแต่ก็ถูกไล่ออกหลังจากรอบชิงชนะเลิศปีนั้นเนื่องจากมีข่าวพัวพันกับภรรยาของนักกายภาพบำบัด

เดฟ เซกซ์ตันได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมต่อในฤดูกาล 1977-1978 และเปลี่ยนระบบการเล่นของทีมให้เน้นเกมรับมากขึ้นระบบนี้ทำให้แฟนบอลไม่ค่อยพอใจมากนัก หลังจากทำทีมไม่ประสบความสำเร็จ
เขาถูกไล่ออกในปี 1981

รอน แอคคินสันได้เข้ามาทำหนาที่นี้แทนเมื่อเขาเข้ามาก็ได้ทำลายสถิติซื้อขายสูงสุดของอังกฤษโดยการคว้าตัวไบรอัน ร็อบสันมาจากเวสต์บรอมวิช รวมถึง การคว้าตัว เจสเปอร์ โอลเซน
และกอร์ดอน สตรัคคั่น ในขณะที่มีนักเตะอย่างมาร์ค ฮิวจส์ และนอร์แมนไวท์ไซด์ที่ขึ้นมาจากทีมเยาวชนของสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้แชมป์เอฟเอ คัพในปี 1983

ปี 1985 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทำผลงานได้ดีในช่วงเปิดฤดูกาลโดยการชนะ 10 นัดรวด ทำให้มีคะแนนนำทีมอื่นถึง 10 คะแนนตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นทีมทำผลงานได้ไม่ดีและจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ของลีกผลงานในปีต่อมาก็ไม่ได้ดีขึ้น ทีมต้องหนีการตกชั้น ทำให้รอน แอคคินสันถูกไล่ออกไป

ยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (1986-2013) อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เข้ามาคุมทีมต่อ โดยในฤดูกาลแรกสโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 แต่ในปีต่อมาก็ได้อันดับสองโดยไบรอัน แมคแคลร์ทำประตูได้ถึง 21 ประตู เป็นคนแรกของทีมหลังจากที่จอร์จ เบสต์เคยทำได้มาก่อนหน้านี้

ในปี 1989 เฟอร์กูสันเกิดความยากลำบากในการคุมทีมขึ้นเนื่องจากตัวผู้เล่นหลายตัวที่เขานำเข้ามาในทีมไม่เป็นที่พอใจของแฟนบอลมีข่าวออกมาว่าสโมสรจะปลดเฟอร์กี้ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมในช่วงต้นปี 1990 แต่การชนะนอตติ้งแฮม ฟอเรสต์ในรอบสาม ของเอฟเอ คัพ ก็ทำให้เขาสามารถคุมทีมต่อไปได้ จนคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้ในปีนั้นเป็นแชมป์แรกให้กับเขาในการคุมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ฤดูกาล 1990-91 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ โดยการเอาชนะบาร์เซโลนา จากสเปน ในนัดชิงชนะเลิศแต่ปีต่อมาทีมทำผลงานไม่ดีนักในพรีเมียร์ลีกสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในลอนดอนเมื่อปี 1991 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 18 ล้านปอนด์ จากนั้น
สโมสรต้องเปิดเผยข้อมูลการเงินทั้งหมดสู่สาธารณะ

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ