ส่อแววรุ่ง! 5 เหตุผลที่ “มาร์คัส แรชฟอร์ด” จะจรัสแสงในซีซั่นนี้

หลังจากที่ได้เห็นฟอร์มของศูนย์ดาวรุ่งอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด ในปรีซีซั่นแล้วก็ต้องบอกว่าเล่นเอาสาวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฝันหวานไปตามๆ กันเลยว่าพวกเขาจะได้ยอดกองหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกคนอย่างแน่นอน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก ได้ทำศึกผ่านมาหลายสัปดาห์แล้ว และผลงานก็คงที่ แต่สิ่งที่น่าจับตามองอีกอย่างก็คือ แข้งดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด เจ้าหนูวัย 19 ที่ทำผลงานได้อย่างน่าชื่นชม และเขายังได้รับคำชื่นชมจาก โชเซ่ มูรินโญ่ อีกด้วย และจากนี้เรามาดู 5 เหตุผลที่จะทำให้รู้ว่าแข้งหนุ่มรายนี้จะฉายแสงในวงการลูกหนังได้ดีแค่ไหน

และนี้คือ 5 เหตุผลที่ทำไม มาร์คัส แรชฟอร์ด จะระเบิดฟอร์มได้ในฤดูกาลนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

5. ประสบการณ์เพิ่มขึ้น

ฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ 3 ของเขากับทีมชุดใหญ่โดยแม้จะมีโอกาสลงสนามไม่ได้มากมายอะไรแต่เขาก็ได้รับคำแนะนำจากบรรดาซุปตาร์รุ่นพี่เป็นประจำไม่ว่าจะเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หรือ เวย์น รูนีย์ ก็ตามทำให้ในฤดูกาลใหม่นี้ที่จะเริ่มขึ้นเจ้าตัวน่าจะมีความนิ่งและเฉียบขาดในการทำประ
ตูและจบสกอร์มากกว่าเดิมซึ่งถือเป็นจุดอ่อนของเขาในซีซั่นก่อน

4. ระบบทีมดูดีขึ้น

การจากไปของ เวย์น รูนีย์ และการเข้ามาของโรเมลู ลูกากู จะทำให้แผงหน้าของ ยูไนเต็ด มีความน่ากลัวมากขึ้นซึ่งจะช่วยลดความกดดันของ แรชฟอร์ด ได้เป็นอย่างดีเพราะคนจะหันไปเพ็งเล็งที่
ลูกากู มากกว่าและด้วยสไตล์ถึก เร็วของลูกากูจะทำให้ แรชฟอร์ด เล่นได้ง่ายมากขึ้นเพราะมีคนคอยชนกองหลังให้นั้นเอง

3. ความสามารถหลากหลาย

แม้ตำแหน่งถนัดของ แรชฟอร์ด จะเป็นกองหน้าแต่หลายๆเกมเราจะเห็นว่า แรชฟอร์ด สามารถที่จะถ่างออกไปเล่นทางด้านข้างได้ดีแม้แพ้ปีกธรรมชาติเลยทีเดียวแถมเจ้าตัวยังมีเซ้นต์บอลที่ยอดเยี่
ยมมีคิลเลอร์พาสสวยๆให้เห็นบ่อยครั้งดังนั้นการที่มีเขาอยู่ในสนามจะช่วยเพิ่มมิติเกมรุกให้กับ ยูไนเต็ด ได้มากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

2. โอกาสลงสนามมากขึ้น

มูรินโญ ได้แอบเปรยออกมาแล้วว่าอาจจะทำให้ แรชฟอร์ด เล่นเป็นศูนย์หน้าร่วมกับ โรเมลู ลูกากู
ในฤดูกาลใหม่นี้หลังจากที่ในฤดูกาลก่อนที่ผ่านมามูรินโญ มันเลือกที่จะใช้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เป็นหน้าเป้าคนเดียวและถ้าหากไม่เจ็บไม่ป่วย มูรินโญ ก็แทบจะไม่เปลี่ยนไม่พักออกเลยทำให้จะมีได้ลงมากขึ้นก็ตอน ซลาตัน เจ็บเท่านั้นเอง

1. มีความเป็นมืออาชีพ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวออกมาว่า แรชฟอร์ด ลงทุนทำห้องความเย็นเพื่อเร่งการฟื้นฟูสภาพร่าง
กายในบ้านของตัวเองซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวทุ่มเทต่อการลงสนามรับใช้ปีศาจแดงแค่ไหนแถมยังคงเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่องจะเห็นได้จากร่างกายที่ดูแข็งแกร่งมากกว่าเดิมในช่วงปรีซีซั่นนี้

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ประเด็นของ ‘ปีศาจแดง’ หลังผ่าน ‘พรีเมียร์ลีก’ ไป 2 นัด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรเต็งแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้ผงาดผลงานอย่างสุดยอดในเวที พรีเมีย์ลีก อังกฤษ จึงมีหลายประเด็ดให้ได้คิดกัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่ได้ทำการแข่งขันผ่านไปแล้ว 2 นัด ซึ่งผลงานนั้นออกมาได้อย่างสุดยอด ซึ่งทั้ง 2 นัด ปีศาจแดงชนะรวด และด้วยผลสกอร์รวมที่ทิ้งห่างสโมสรอื่นอย่างมาก ทำให้มีหลายประเด็นถูกตั้งขึ้น

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ประเด็นของผีแดงหลังผ่านไป 2 นัด เชื่อว่าเราคงได้เห็นฟอร์มของนักเตะรูปแบบการเล่นและระบบทีมที่แปลกใหม่ขึ้นของแมนฯ ยูไนเต็ดอยู่พอสมควร

ซึ่งวันนี้เราจะมาแตกเป็นประเด็นกันว่ามีประเด็นไหนที่น่าสนใจกันบ้างถ้าพร้อมและไปติดตามกันได้ในบทความนี้กันเลย

1.มาร์กซิยาล หมดอนาคต
จากการเข้ามาของ โรเมลู ลูกากูฤดูกาลนี้ทำให้เป็นที่เชื่อกันว่า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล น่าจะต้องตกไปเป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่หากเจ้าตัวเลือกจะอยู่กับทีมต่อไปและยิ่งมาในช่วงปรีซีซั่นสถานการณ์
ก็ดูเหมือนจะเริ่มชัดเจนมากขึ้นหลัง โชเซ่ มูรินโญ ออกมาจวกสไตล์การเล่นของ มาร์กซิยาลอย่างหนักหลังเจ้าตัวชอบเล่นโชว์เดี่ยวมากเกินไปจนทำให้ระบบของทีมเสียแถมยังไม่คิดจะปรับทัศนคติอีกด้วยจึงมีข่าวว่า มูรินโญ ไฟเขียวให้หาทีมใหม่ได้เลยถ้าต้องการแน่นอนว่าหาก มูรินโญ่
พูดแบบนี้อนาคตของเขาคงจะมืดมนเต็มทีแล้วในถิ่นโอ ลด์แทรฟฟอร์ด

2.ปอล ป็อกบา เจิดจรัสแน่
ในฤดูกาลที่แล้ว ป็อกบา ถูกวิจารณ์อย่างหนักถึงฟอร์มการเล่นของเขาที่มักจะช่วยทีมไม่ได้เวลาอยู่ในช่วงคับขันแถมยังมักเล่นยากอยู่เป็นประจำทำให้จังหวะของเกมเสียแต่อย่างไรหลังจากดูเจ้าตัวลงเล่นในเกมปรีซีซั่นจะเห็นได้ว่าเขาคุมเกมและออกบอลเร็วมากขึ้นซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีเนื่องจากเขาเป็นผู้เล่นที่วิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วหากปรับอีกนิดหน่อยเขาจะต้องเจิดจรัสแน่นอนในซีซั่นใหม่นี้

3.คู่หูอันตราย ลูกากู และ แรชฟอร์ด
ตอนแรกมีหลายคนอดห่วงถึงการเข้ามา โรเมลู ลูกากู ว่าจะทำให้พัฒนาการของ มาร์คัส แรชฟอร์ด
นั้นต้องหยุดชะงัก แต่ โชเซ มูรินโญ่ ก็ได้กลบเสียงวิจารณ์เหล่านั้นด้วยการส่งลงพร้อมกันทั้งคู่มัน
ซะเลย ซึ่งผลที่ออกมาก็ถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียวทั้งสองแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในเกมและวิ่งสอดผสานงานหาช่องว่างกันได้เป็นอย่างดี โดยจุดเด่นของทั้งคู่นั้นอยู่ที่ความเร็วความมุ่งมั่นและจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยมทำให้หลายๆ คนเริ่มคิดไปแล้วว่า 2 คนนี้จะกลายมาเป็นตำนานคู่กองหน้าต่อจาก
ดไวท์ ยอร์ค และ แอนดี้ โคล กันเลย

4.แมนฯ ยูไนเต็ดมีโอกาสคว้าแชมป์
แม้การเข้ามาของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในฤดูกาลที่แล้วจะไม่สามารถพาให้แมนฯ ยูไนเต็ด จบเหนืออันดับท็อป 4 ได้แต่เจ้าตัวก็ยังพาทีมคว้าดัมเบิ้ลแชมป์ทั้งยูโรป้า ลีก และ อีเอฟแอล คัพ มาได้สำเร็จพร้อมคว้าตั่วไปลุยยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกแบบอัตโนมัติในฤดูกาลใหม่นี้แน่นอนว่ามันสร้างขวัญกำลังใจให้กับทีมอย่างมากและหากเราได้ดูเกมในช่วงปรีซีซั่นจบพบว่าโครงสร้างของแมนฯ ยูไนเต็ดดูดีขึ้นกว่าฤดูกาลก่อนนักเตะเข้าใจกันมากขึ้นระบบการเล่นดูเป็นแบบแผนมากกว่าเดิมแถมการได้โรเมลู ลูกากู
เข้ามาน่าจะช่วยเรื่องการจบสกอร์ที่เป็นปัญหาในซีซั่นก่อนได้เป็นอย่างดีซึ่งนั้นทำให้พวกเขามีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองให้ได้

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับเรื่องราว 11 ตัวจริงหลักของ ในช่วงปี ค.ศ. 1913

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรในช่วงแรก (1878-1945) แต่จริงแล้วชื่อเดิมของสโมสรนั้น คือ “นิวตัน ฮีท ” ในปี ค.ศ. 1878 พนักงานการรถไฟสายแลงคาเซี้ยร์ แอนด์ ยอร์คเชียร์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับแผนกรถสินค้าและรถโดยสารของบริษัทรถไฟแอล.และวาย (Lancashire and Yorkshire Railway (LYR) ในระหว่างที่กำลังรับประทานอาหารมื้อเย็นอยู่นั้นพวกเขาได้ร่วมก่อตั้งทีมฟุตบอลกันขึ้นมา และตระเวณเล่นกันอยู่ในแถบเมืองนอร์ธกราวด์ซึ่งอยู่ในนิวตัน ฮีท สถานที่ซ้อมก็ใช้รางรถไฟ เป็นเส้นแบ่งเขตสนามตลอดจนเสียงและควันจากรถไฟรถจักรไอน้ำ ทีมฟุตบอล นิวตัน ฮีท (แลนแคเชียร์ แอนด์ ยอร์ดเชียร์เรลเวย์) ที่พวกเขา ตั้งขึ้นมาก็เล่น ฟุตบอล กัน ได้อย่างดีเยี่ยมน่าประทับใจโดยชุดแข่งที่ใช้เสื้อสีเขียว-เหลือง อย่างละครึ่ง กางเกงสีดำเป็นชุดเก่ง
พนักงานที่อยู่ในแถบนั้น แพ้นิวตัน ฮีท กระจุย ในปี 1885 สมาชิกในทีมได้ตัดสินใจติดต่อกับการรถไฟ และก่อตั้งทีมเพื่อเป็น บริษัท จำกัด โดยใช้ชื่อว่า นิวตัน ฮีท ฟุตบอลคลับ ผลงานชิ้นแรกของเขาคือการคว้าแชมป์ แมนเชสเตอร์ คัพมาครอง นั้นคือถ้วยแรกของทีม นิวตัน ฮีท ในช่วงต้นของสโมสรฟุตบอลทุก ๆ สโมสรในขณะนั้น ต่างก็มีฐานะการเงินที่ย่ำแย่ นิวตัน ฮีท ก็เช่นเดียวกัน

ในปี 1902 นักเตะต้องจำนำชุดเพื่อนำมาใช้จ่ายแทนค่าจ้าง ขณะที่ สโมสร ฯ เป็นหนี้ถึง 2,670 ปอนด์ ซึ่งต้องถูกฟ้องล้มละลาย จุดพลิกผันได้เกิดขึ้น จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์ ผู้อำนวยการบริษัทเบียร์
ได้เข้ามาซื้อหุ้นของสโมสร และกรรมการบริหารชุดใหม่ได้เปลี่ยนชื่อนิวตัน ฮีท เป็น
แมนฯ ยู พวกเขาเริ่มลงเล่นในเสื้อแดงและกางเกงขาสั้นสีขาว อีก 6 ปีต่อมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ก็คว้าแชมป์ฟุตบอลลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 1907 – 1908 ในฤดูกาลต่อมาพวกเขาก็คว้าแชมป์ เอฟเอคัพได้สำเร็จ จากความสำเร็จทำให้ จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์ คิดที่จะย้ายสโมสรจากเดิมที่แบ๊งค์สตรีท ไปอยู่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด และเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1910 สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ก็ถูกเปิดใช้เป็นครั้งแรกและคู่แค้นตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล ก็บุกมาเฉือนพวกเขา 4-3

ยุคของ เซอร์ แมตต์ บัสบี (1945-1969) แมตต์ บัสบีได้เข้ามาคุมทีมในปี 1945 เขาได้นำความสำเร็จมาสู่สโมสรได้อย่างรวดเร็วโดยได้อันดับสองของฟุตบอลลีกในปี 1947 และชนะเลิศเอฟเอ คัพในปีต่อมาบัสบีได้ลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมในปี 1969 โดยมี วิฟ แมคกินเนส โค้ชทีมสำรองทำหน้าที่แทน

ไบรอัน ร็อบสัน อดีตผู้เล่นในตำนานของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สโมสรได้พยายามหาตัวแทนที่เหมาะสมของบัสบี โดยใช้ผู้จัดการทีมไปหลายคน ได้แก่ วิฟ แมคกิวเนส, แฟรงค์ โอฟาร์เรล ก่อนที่ ทอมมี โดเคอร์ตี้เข้ามาคุมทีมในปี 1972 เขาได้ช่วยทีมให้รอดจากการตกชั้น แต่อย่างไรก็ดี ทีมก็ได้ตกชั้นลงไปในปี 1974 แต่สโมสรก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาทันทีในปีถัดไป และยังได้เข้าชิงชนะเลิศ เอฟเอ
คัพในปีต่อมาอีกด้วย

ยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (1986-2013) อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เข้ามาคุมทีมต่อ โดยในฤดูกาลแรกสโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 แต่ในปีต่อมาก็ได้อันดับสองโดยไบรอัน แมคแคลร์ทำประตูได้ถึง 21 ประตู เป็นคนแรกของทีมหลังจากที่จอร์จ เบสต์เคยทำได้มาก่อนหน้านี้ในปี 1989 ฤดูกาล 1990-91 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ โดยการเอาชนะบาร์เซโลนา จากสเปน ในนัดชิงชนะเลิศ แต่ปีต่อมาทีมทำผลงานไม่ดีนักในพรีเมียร์ลีกในยุคช่วงที่ ตกต่ำที่สุด

เดวิด มอยส์ ในฤดูกาล 2013-14 หลังจากที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ประกาศวางมือจากการคุมทีมไปหลังจากที่คุมทีมมาอย่างยาวนานกว่า 26 ปีครึ่ง ทางทีมและทางตัวของเฟอร์กูสันได้แต่งตั้ง
เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตันชาวสกอต ให้มารับหน้าที่ผู้จัดการทีมคนใหม่แทน แต่ปรากฏว่าผลงานของมอยส์ทำให้ทีมมีผลงานย่ำแย่มาก จนในที่สุดเมื่อจบฤดูกาล แมนฯ ยู ได้เพียงแค่
อันดับ 7 ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรายการภาคพื้นทวีปได้ทั้งยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก หรือยูโรปาลีก
อีกทั้งยังทำอีกหลายสถิติที่ย่ำแย่ จนกลายเป็นสถิติที่แย่ที่สุดของทีมในรอบ 19 ปี ที่สุดใน
วันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ทางทีมก็ได้แต่งตั้ง หลุยส์ ฟานกัล  ผู้จัดการทีมชาติเนเธอร์แลนด์เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่และกิกส์ที่ประกาศเลิกเล่นไปก็รับหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการทีม

จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ปีศาจแดงได้มีกุนซือคนใหม่อย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ สุดยอดโค๊ชจอมเก๋ารายนี้มาคุมผีแดงให้กลับมาผงาดอีกครั้ง ด้วยผลงานช่วงปรีซีซั่นซึ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ