แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับเรื่องราว 11 ตัวจริงหลักของ ในช่วงปี ค.ศ. 1913

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรในช่วงแรก (1878-1945) แต่จริงแล้วชื่อเดิมของสโมสรนั้น คือ “นิวตัน ฮีท ” ในปี ค.ศ. 1878 พนักงานการรถไฟสายแลงคาเซี้ยร์ แอนด์ ยอร์คเชียร์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับแผนกรถสินค้าและรถโดยสารของบริษัทรถไฟแอล.และวาย (Lancashire and Yorkshire Railway (LYR) ในระหว่างที่กำลังรับประทานอาหารมื้อเย็นอยู่นั้นพวกเขาได้ร่วมก่อตั้งทีมฟุตบอลกันขึ้นมา และตระเวณเล่นกันอยู่ในแถบเมืองนอร์ธกราวด์ซึ่งอยู่ในนิวตัน ฮีท สถานที่ซ้อมก็ใช้รางรถไฟ เป็นเส้นแบ่งเขตสนามตลอดจนเสียงและควันจากรถไฟรถจักรไอน้ำ ทีมฟุตบอล นิวตัน ฮีท (แลนแคเชียร์ แอนด์ ยอร์ดเชียร์เรลเวย์) ที่พวกเขา ตั้งขึ้นมาก็เล่น ฟุตบอล กัน ได้อย่างดีเยี่ยมน่าประทับใจโดยชุดแข่งที่ใช้เสื้อสีเขียว-เหลือง อย่างละครึ่ง กางเกงสีดำเป็นชุดเก่ง
พนักงานที่อยู่ในแถบนั้น แพ้นิวตัน ฮีท กระจุย ในปี 1885 สมาชิกในทีมได้ตัดสินใจติดต่อกับการรถไฟ และก่อตั้งทีมเพื่อเป็น บริษัท จำกัด โดยใช้ชื่อว่า นิวตัน ฮีท ฟุตบอลคลับ ผลงานชิ้นแรกของเขาคือการคว้าแชมป์ แมนเชสเตอร์ คัพมาครอง นั้นคือถ้วยแรกของทีม นิวตัน ฮีท ในช่วงต้นของสโมสรฟุตบอลทุก ๆ สโมสรในขณะนั้น ต่างก็มีฐานะการเงินที่ย่ำแย่ นิวตัน ฮีท ก็เช่นเดียวกัน

ในปี 1902 นักเตะต้องจำนำชุดเพื่อนำมาใช้จ่ายแทนค่าจ้าง ขณะที่ สโมสร ฯ เป็นหนี้ถึง 2,670 ปอนด์ ซึ่งต้องถูกฟ้องล้มละลาย จุดพลิกผันได้เกิดขึ้น จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์ ผู้อำนวยการบริษัทเบียร์
ได้เข้ามาซื้อหุ้นของสโมสร และกรรมการบริหารชุดใหม่ได้เปลี่ยนชื่อนิวตัน ฮีท เป็น
แมนฯ ยู พวกเขาเริ่มลงเล่นในเสื้อแดงและกางเกงขาสั้นสีขาว อีก 6 ปีต่อมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ก็คว้าแชมป์ฟุตบอลลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 1907 – 1908 ในฤดูกาลต่อมาพวกเขาก็คว้าแชมป์ เอฟเอคัพได้สำเร็จ จากความสำเร็จทำให้ จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์ คิดที่จะย้ายสโมสรจากเดิมที่แบ๊งค์สตรีท ไปอยู่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด และเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1910 สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ก็ถูกเปิดใช้เป็นครั้งแรกและคู่แค้นตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล ก็บุกมาเฉือนพวกเขา 4-3

ยุคของ เซอร์ แมตต์ บัสบี (1945-1969) แมตต์ บัสบีได้เข้ามาคุมทีมในปี 1945 เขาได้นำความสำเร็จมาสู่สโมสรได้อย่างรวดเร็วโดยได้อันดับสองของฟุตบอลลีกในปี 1947 และชนะเลิศเอฟเอ คัพในปีต่อมาบัสบีได้ลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมในปี 1969 โดยมี วิฟ แมคกินเนส โค้ชทีมสำรองทำหน้าที่แทน

ไบรอัน ร็อบสัน อดีตผู้เล่นในตำนานของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สโมสรได้พยายามหาตัวแทนที่เหมาะสมของบัสบี โดยใช้ผู้จัดการทีมไปหลายคน ได้แก่ วิฟ แมคกิวเนส, แฟรงค์ โอฟาร์เรล ก่อนที่ ทอมมี โดเคอร์ตี้เข้ามาคุมทีมในปี 1972 เขาได้ช่วยทีมให้รอดจากการตกชั้น แต่อย่างไรก็ดี ทีมก็ได้ตกชั้นลงไปในปี 1974 แต่สโมสรก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาทันทีในปีถัดไป และยังได้เข้าชิงชนะเลิศ เอฟเอ
คัพในปีต่อมาอีกด้วย

ยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (1986-2013) อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เข้ามาคุมทีมต่อ โดยในฤดูกาลแรกสโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 แต่ในปีต่อมาก็ได้อันดับสองโดยไบรอัน แมคแคลร์ทำประตูได้ถึง 21 ประตู เป็นคนแรกของทีมหลังจากที่จอร์จ เบสต์เคยทำได้มาก่อนหน้านี้ในปี 1989 ฤดูกาล 1990-91 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ โดยการเอาชนะบาร์เซโลนา จากสเปน ในนัดชิงชนะเลิศ แต่ปีต่อมาทีมทำผลงานไม่ดีนักในพรีเมียร์ลีกในยุคช่วงที่ ตกต่ำที่สุด

เดวิด มอยส์ ในฤดูกาล 2013-14 หลังจากที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ประกาศวางมือจากการคุมทีมไปหลังจากที่คุมทีมมาอย่างยาวนานกว่า 26 ปีครึ่ง ทางทีมและทางตัวของเฟอร์กูสันได้แต่งตั้ง
เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตันชาวสกอต ให้มารับหน้าที่ผู้จัดการทีมคนใหม่แทน แต่ปรากฏว่าผลงานของมอยส์ทำให้ทีมมีผลงานย่ำแย่มาก จนในที่สุดเมื่อจบฤดูกาล แมนฯ ยู ได้เพียงแค่
อันดับ 7 ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรายการภาคพื้นทวีปได้ทั้งยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก หรือยูโรปาลีก
อีกทั้งยังทำอีกหลายสถิติที่ย่ำแย่ จนกลายเป็นสถิติที่แย่ที่สุดของทีมในรอบ 19 ปี ที่สุดใน
วันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ทางทีมก็ได้แต่งตั้ง หลุยส์ ฟานกัล  ผู้จัดการทีมชาติเนเธอร์แลนด์เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่และกิกส์ที่ประกาศเลิกเล่นไปก็รับหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการทีม

จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ปีศาจแดงได้มีกุนซือคนใหม่อย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ สุดยอดโค๊ชจอมเก๋ารายนี้มาคุมผีแดงให้กลับมาผงาดอีกครั้ง ด้วยผลงานช่วงปรีซีซั่นซึ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ