มั่นใจ! “เอร์เรร่า” เชื่อหากผีเล่นเหมือนครึ่งแรกเจอสเปอร์ชนะ “เบิร์นลี่ย์” แน่นอน

อันเดร์ เอร์เรร่า กลางตัวตัดเกมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเผยว่าทีมต้องโชว์ฟอร์มเกมบุกเยือน เบิร์นลี่ย์ ให้ได้เหมือนเล่นช่วงครึ่งแรกนัดพ่ายให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

อันเดร์ เอร์เรร่า

อันเดร์ เอร์เรร่า มิดฟิลด์จอมขยันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาชี้ถึงเกมรุกของทีมหากเล่นได้เหมือนนัดที่เจอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทีมจะสามารถคว้าชัยได้อย่างแน่นอน

“ปีศาจแดง” ออกสตาร์ทพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ได้อย่างย่ำแย่โดยแพ้ 2 นัดติด ทำให้กระทบถึง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ถูกแฟนบอลบางกลุ่มไม่พอใจในการทำทีมของเขา

แต่อย่างไรก็ตามกองกลางวัย 29 ปี ออกมาย้ำว่าอย่ามองถึงเกมที่ย่ำแย่ ให้มองเกมนัดต่อไปที่จะเจอกับ เบิร์นลี่ย์ จะดีกว่า

“เราทำผลงานที่ดีได้ 60-70 นาที [เกมกับท็อตแน่ม] และน่าจะเป็นฝ่ายขึ้นนำ 2-0 ในช่วงพักครึ่งแรก” เอร์เรร่า กล่าว

“หากเราต้องการคว้าชัยชนะในเกมนัดถัดไปกับเบิร์นลี่ย์ นี่คือความมุ่งมั่นที่เราต้องแสดงออกมา”

“เบสิคได้ถูกแสดงออกมาให้เห็น นี่คือแนวทางที่เราต้องเล่นถ้าเราอยากเอาชนะเบิร์นลี่ย์”

“ยามที่คุณพ่ายแพ้ 3-0 คาบ้าน กับทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถ้าคุณไม่ได้ดูเกมคุณคงคิดว่ามันคือหายนะแท้ ๆ แต่จริง ๆ ไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด”

“เราทำผลงานได้ดีตลอดช่วง 70 นาที การเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เป็นเรื่องที่ง่ายนะ”

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล ดูบอลสดออนไลน์ โปรแกรมบอล ดูทีวีออนไลน์ ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ Buaksib.com ได้เลยนะจ๊ะ

ย้อนรอย 5 เรื่องหลังเกม “ปีศาจแดง” บุกถล่ม “หงส์ขาว” แบบคาบ้าน 4-0

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่มีกุนซือจอมเข้มอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งพึ่งพาสังกัดคว้าชัยในนัดที่เจอกับ สวอนซี ซิตี้ สกอร์ขาดลอยถึง 4-0

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

และนี่คือ 5 เรื่องหลังเกมที่ ปีศาจแดง บุกเอาชนะ สวอนซี ซิตี้ ของศึก พรีเมียร์ลีก ที่ผ่านมา

5. มูผู้ไร้พ่าย
โชเซ่ มูรินโญ่ ยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายต่อ สวอนซี เอาไว้ได้ต่อไปในอาชีพการเป็นกุนซือ เขายังไม่เคยคุมทีมแพ้ หงส์ขาว เลยในพรีเมียร์ลีก เขาลงคุม 8 เกม ชนะ 6 เสมอ 2 ยิงได้ 21 เสียไปเพียง 6 ประตู และนี่คือผลงานของเขา
2013/14: คุม เชลซี ชนะ สวอนซี 1-0 (เหย้า)
2013/14: คุม เชลซี ชนะ สวอนซี 1-0 (เยือน)
2014/15: คุม เชลซี ชนะ สวอนซี 4-2 (เหย้า)
2014/15: คุม เชลซี ชนะ สวอนซี 5-0 (เยือน)
2015/16: คุม เชลซี เสมอ สวอนซี 2-2 (เหย้า)
2016/17: คุม แมนฯ ยูฯ ชนะ สวอนซี 3-1 (เยือน)
2016/17: คุม แมนฯ ยูฯ เสมอ สวอนซี 1-1 (เหย้า)
2017/18: คุม แมนฯ ยูฯ ชนะ สวอนซี 4-0 (เยือน)

4. ลูกากู ปลดล็อก & สร้างสถิติ
โรเมลู ลูกากู ปลดล็อกสกอร์ใส่ หงส์ขาว ได้เสียที หลังรอคอยมานาน 3 ปี เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่สามารถยิงประตู สวอนซี ได้เลยใน 6 นัดหลัง(ทุกรายการ) ลูกากู เปิดตัวสองนัดแรกด้วยการกดไป 3 ตุง และในตอนนี้บ่อนรับพนันถูกกฎหมายที่อังกฤษ ยกให้เขาเป็นตัวเต็งที่จะซิวรองเท้าทองคำ ส่วน
แฮร์รี่ เคน ศูนย์หน้า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เจ้าของรางวัลสองซีซั่นหลังสุดหล่นไปเป็นเต็งสองแทนหลังจากทำประตูใส่ สวอนซี ได้ ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เล่นรายที่ 5 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ประเดิม 2 เกมแรกในลีกของเขาให้กับ ปีศาจแดง แล้วทำประตูได้ทั้ง 2 นัด – ต่อจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, เฟเดริโก้ มาเคด้า และหลุยส์ ซาฮา

3. ไลน์อัพลงตัว?
โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ ปีศาจแดง ยังคงใช้ 11 ตัวจริงชุดเดิมจากเกมที่พวกเขาเปิดรังเอาชนะ เวสต์แฮม 4-0 นัดเปิดฤดูกาล ในเมื่อผลงานนัดเเรกออกมาดี แถมยังไม่มีภารกิจเตะเกมกลางสัปดาห์ก็ไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร สถิติบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เปลี่ยนไลน์อัพ 11 ตัวจริงหรือใช้ผู้เล่นชุดเดิมติดต่อกันในเกมพรีเมียร์ลีกซึ่งครั้งนี้นับว่าเป็นหนแรกนับตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2016 ที่น่าสนใจคือ มูรินโญ่ จะใช้ขุนพลชุดเดิมหรือไม่ในเกมถัดไปกับ เลสเตอร์ ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด?

2. มาร์กซิยาล ฟอร์มแจ่ม มูรินโญ่ ว่าไง?
โชเซ่ มูรินโญ่ เผยในแถลงข่าวก่อนเกมนี้ถึงประเด็น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ว่า เขา “เชื่อมั่น” ในตัวนักเตะรายนี้ และมั่นใจว่าเขาจะมีซีซั่นที่ ”ดีกว่า” ฤดูกาลก่อนนั่นหมายความว่า มาร์กซิยาลน่าจะโชว์ฟอร์มในฤดูกาลนี้ได้ดีกว่าฤดูกาลก่อนตามที่ มูรินโญ่ได้คาดการณ์เอาไว้ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองนัดที่สองแล้วยิงประตูได้เป็นเกมที่สองติดต่อกัน โดยเกมเมื่อวีกที่ผ่านมากับ เวสต์แฮมเขามีเวลาในสนาม 10 นาที ส่วนเกมกับ สวอนซี ล่าสุด เขามีเวลาปล่อยของ 15 นาที

1. แรชฟอร์ด มีบางอย่างที่ต้องแก้ไข
หลังจากจบเกมบุกไปถอนขน หงส์ขาว ถึงบ้าน ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม 4-0 มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ จึงทำให้เกิดคำถามตามมา
1. คือ มูรินโญ่ จะยังคงยึดหลักผู้เล่น 11 ตัวจริงชุดเดิมหรือไม่ในเกมถัดไป?
2. คือ ในเมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ทำผลงานได้ดี มูรินโญ่ จะจับเขาไว้เป็นตัวสำรองอีกหรือเปล่า?
3. คือ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะหลุดตัวจริงหรือไม่ในนัดหน้า?

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

มหาอำนาจ! แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ถูกการจัดอันดับของนิตยสารจาก Forbes สโมสรที่มูลค่าสูงที่สุด 5 อันดับแรก มีดังนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

1. สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด(Manchester United) มีมูลค่า 122,693 ล้านบาท
2. สโมสร บาร์เซโลน่า (Barcelona) มีมูลค่า 121,031 ล้านบาท
3. สโมสร เรอัล มาดริด (Real Madrid) มีมูลค่า 119,036 ล้านบาท
4. สโมสร บาเยิร์น มิวนิค (Bayern Munich) มีมูลค่า 90,108 ล้านบาท
5. สโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) มีมูลค่า 69,160 ล้านบาท

เมื่อเปรียบเทียบกับสโมสรคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง Manchester City ใน Premier League ด้วยกันแล้ว แมนยูมีมูลค่าสโมสรมากกว่าถึง 53,533 ล้านบาท ส่วนสโมสรอื่นๆ เช่น เชลซี อาร์เซน่อล ลิเวอร์พูล ไม่ต้องพูดถึง ยังห่างชั้นกันมากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของแมนยูมีใครบ้าง?

บริษัท Baron Capital Group 37.70%
บริษัท Red Football LLC ของตระกูลเกลเซอร์ 20.03%
บริษัท Lansdowne Partners 12.35%
บริษัท Jupiter Asset Management 7.01%

เราสามารถซื้อหุ้นของแมนยูได้ไหม?
ถ้าเราอยากจะร่วมเป็นเจ้าของแมนยูเราซื้อหุ้นได้ที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) มีตัวย่อว่า “MANU” โดยเทรดกันอยู่ที่ราคา $16.5 หรือ 544 บาท ต่อหุ้น

แล้วรายได้หลักๆของแมนยูมาจากไหนบ้าง?
ในปี 2016 ที่ผ่านมา แมนยูมีรายได้เข้าสโมสรสูงถึง 22,012 ล้านบาท แบ่งเป็น
1. รายได้จากสปอนเซอร์บนเสื้อแข่งและโฆษณา 6,850 ล้านบาท
2. รายได้จากการขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด 6,018 ล้านบาท
3. รายได้จากการขายตั๋วชมเกมส์ฟุตบอล 4,555 ล้านบาท
4. รายได้จากการขายเสื้อและของที่ระลึก 4,156 ล้านบาท
5. รายได้จากแอพในมือถือและโซเชียลมีเดีย 432 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายที่แมนยูต้องจ่ายในปีที่ผ่านมาแบ่งเป็น
1. ค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้จัดการทีม โค้ช สตาฟ นักเตะ และทีมงานอื่นๆ 9,942 ล้านบาท
2. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น ค่าดูแลสนาม ค่าจัดการแข่งฟุตบอลค่าเช่าร้านขายสินค้า 3,924 ล้านบาท
3. ค่าต่อสัญญา ค่ายืมตัวนักเตะ ค่าเซ็นสัญญานักเตะใหม่ (Amortization Expenses) 3,757 ล้านบาท (และในอนาคตคาดว่าจะต้องจ่ายอีก 4,722 ล้านบาท ในรอบบัญชีหน้าจากการซื้อตัวนักเตะใหม่)
4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าที่ปรึกษา นายหน้าค่าตัวนักเตะ 632 ล้านบาท
5. ค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินพวกที่ดิน สนามซ้อม อุปกรณ์กีฬา (Depreciation Expenses) 432 ล้านบาท โดยเมื่อนำรายได้มาหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด 18,687 ล้านบาท แมนยูจะมีกำไรก่อนหักภาษีสูงถึง 3,325 ล้านบาท จึงไม่น่าแปลกใจเลยในฤดูกาลที่แล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงได้ซื้อ พอล ป็อกบา จากสโมสรยูเวนตุส ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลก สูงถึง 89 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3,816 ล้านบาท รวมถึงคนอื่นๆอย่าง เอริก ไบยี่ ค่าตัว 30 ล้านปอนด์หรือประมาณ 1,286 ล้านบาท แต่ที่น่าสนใจคือ ตอนนี้แมนยูมีหนี้สินสูงถึง 42,461 ล้านบาทเช่นกัน ซึ่งหมายความว่าที่ผ่านมาสโมสรก็ก่อหนี้ขึ้นมามากแต่

อย่างไรก็ตามสถิติของป็อกบานี้ ได้ถูกทำลายด้วยการย้ายทีมของเนย์มาร์ จูเนียร์ จากทีมบาร์เซโลนา ไปยังสโมสรปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในฤดูกาลนี้ด้วยสถิติโลกใหม่สูงถึง 198 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 8,489 ล้านบาท

ถามว่าตอนนี้แมนยูซื้อนักเตะแพงแบบ เนย์มาร์ ได้ไหม?
ถ้าคำนวณแล้ว ค่าตัวแบบเนย์มาร์ แมนยูต้องยอมแลกกับกำไรทั้งหมดที่ทำได้ถึง 3 ปีรวมกันก็คงขึ้นอยู่กับว่าผู้บริหารจะใจถึงหรือไม่

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

แบบนี้เอง! มูรินโญ่ เผย เหตุเปลี่ยน อิบรา ออกหลังพักครึ่ง มันเป็นแท็คติก

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือจอมเข้มของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเผยสาเหตุการปรับเปลี่ยนทีมแบบนั้นหลังพักครึ่ง เผยว่ามันเป็นแท็คติกที่วางไว้ตั้งแต่แรก

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 2 พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เบิร์นลี่ย์ ซึ่งทำให้แฟนผีหลายคนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นสกอร์โดนนำตั้ง 2 ลูก ทำเอา มูรินโญ่ ถึงกับกุมหัว หลังจบครึ่งแรกแล้ว นักเตะเข้าห้องแต่งตัว มูรินโญ่ได้ถอดนักเตะออกสองคน ซึ่งรวมถึง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ออก และมันได้ผล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

“มันเป็นการเสี่ยงครั้งใหญ่ และ โจนส์ ก็ยอมรับโดยมี เนมานยา มาติช คอยกรองแย่งบอลคืนมาอยู่ข้างหน้า แล้วขึงเกมในแผงมิดฟิลด์ไม่ให้เราโดนสวนง่าย ๆ”

“จากนั้นผมตัดสินใจใช้ มคิตาร์ยาน, ลินการ์ด และ มาต้า เป็นสามแนวรุกคอยสร้างสรรค์โอกาสอยู่ด้านหลัง ลูกากู ซึ่งมันก็เป็นการแก้เกมที่ประสบความสำเร็จเพราะมีจังหวะสำคัญมากมายในพื้นที่สุดท้าย จนไล่ตีเสมอได้สำเร็จ” มูรินโญ่ กล่าวหลังจบเกม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

แข็งแกร่ง! มูรินโญ่ นำทัพ ปีศาจแดง งัดฟอร์มเทพจนรั้งหัวตาราง พรีเมียร์ลีก

โชเซ มูรินโญ่ กุนซือเจ้าบ้านนำทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมด้วยสองอดีตนักเตะของ เอฟเวอร์ตัน อย่าง มารูยาน เฟลไลนี กับ โรเมลู ลูกากู คว้าชัยไปแบบชิว 4-0 ในศึก พรีเมียร์ลีก นัดที่ผ่านมา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นำทีมโดย โชเซ่ มูรินโญ่ ที่พาทัพ ผีแดง อัดใส่ เอฟเวอร์ตัน ปราชัยรั้งรองจ่าฝูงต่อไป

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โชเซ มูรินโญ่ กุนซือเจ้าบ้าน นำทัพมาโดยสองอดีตนักเตะของเอฟเวอร์ตันอย่าง มารูยาน เฟลไลนี กับ โรเมลู ลูกากู รวมถึงได้ เอริค ไบญี และ ฟิลโจนส์ คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักในฤดูกาลนี้กลับมาประจำการอีกครั้งหลังโดนแบนในเกมยุโรปเมื่อกลางสัปดาห์ด้วย

ด้านทีมเยือนของ โรนัลด์ คูมัน มีไฮไลท์อยู่การกลับมายังโอลด์แทร็ฟฟอร์ดครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายกลับมาร่วมทัพทอฟฟี่สีน้ำเงินของ เวย์น รูนีย์ รวมถึงยังมีสองอดีตแข้งปีศาจแดงอย่าง ไมเคิล คีน และ มอร์แกน ชไนเดอร์ลินกลับมาเยือนถิ่นเก่าด้วยเช่นกัน

ออกสตาร์ทเกมมาได้เพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้นเป็นฝั่งของยูไนเต็ดที่สามารถพังประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เนมานยา มาติช ครอสบอลให้ อันโตนิโอ วาเลนเซียวอลเลย์ตูมเดียมด้วยขวาแบบไม่จับเสียบคานเสยตาข่ายอย่างสวยงามส่งให้แชมป์ยูโรป้าลีกออกนำ 1-0 ถัดมานาทีที่ 20 เอฟเวอร์ตันเกือบจะตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ กูโก้ มาร์ตินา เปิดบอลเรียดทางกราบขวาเข้าเขตโทษให้ รูนีย์ตวัดยิงหักข้อด้วยขวาแต่บอลกลิ้งถากเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

จากนั้นนาทีที่ 26 ปีศาจแดงชวดการบวกลูกสองเพิ่มได้อีกแบบเหลือเชื่อจากจังหวะที่ ไมเคิล คีน จ่ายบอลพลาดจนโดน ฆวน มาต้า ฉกไปจ่ายเร็วต่อให้ลูกากู ได้หลุดเดี่ยวแต่กลับแปด้วยซ้ายจ่อๆหลุดกรอบแบบน่าผิดหวัง ทำให้จบ 45 นาทีแรกยังเป็นเจ้าบ้านที่นำอยู่ 1-0

กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลังไม่ถึงนาทีทีมเยือนมีโอกาสใกล้เคียงในการตีเสมออีกครั้ง จากจังหวะที่ ทอม เดวีส์ไหลบอลให้ รูนีย์ เกี่ยวหลบแนวรับปีศาจแดงแล้วยิงด่้วยซ้ายระยะเผาขนแต่ยังโดน ดาบิด เด เฮอา ออกมาปิดมุมดีและเซฟไว้ได้

ต่อมานาทีที่ 60 เอฟเวอร์ตันมีโอกาสอีกหน จากจังหวะที่ มาร์ตินาเปิดบอลทางริมเส้นฝั่งขวาเข้าเขตโทษให้ กิลฟี ซิเกิร์ดส์สันเดาะบอลหนีแนวรับยูไนเต็ดก่อนจะยิงด้วยขวาแบบสุดปลายเท้าไปติดเซฟ เดเฮอา ที่ยังเหนียวหนึบ

4 นาทีถัดมา เจ้าบ้านเกือบจะได้ประตูที่สองจากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางกราบซ้ายที่ มาต้าปั่นโค้งอ้อมกำแพงไปชนเสา ก่อนจะโดน ฟิล จากิลก้าเคลียร์ทิ้งออกหลังไปหวุดหวิด

จากนั้นนาทีที่ 69 ยูไนเต็ดยังได้บุกใส่ต่อเนื่อง จากจังหวะที่ แอชลีย์ ยังกระชากบอลไปสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนจะตบเข้ากลางให้ เจสซี ลินการ์ดซึ่งลงเป็นตัวสำรองแทน มาร์คัส แรชฟอร์ด ก่อนหน้านี้ 8 นาทีเอี้ยวด้วยซ้ายแต่ดันช้อนใต้ลูกจนเหินข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

จนกระทั่งนาที่ 83 ปีศาจแดงก็มาบวกลูกสองเพิ่มอีกจนได้ จากจังหวะที่ แอชลีย์ วิลเลียมส์ จ่ายบอลพลาดไปติด เฟลไลนี กระดอนไปเข้าทาง ลูกากูลากไปไหลต่อให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน แปด้วยขวาจ่อๆตุงตาข่ายส่งให้แชมป์ยูโรป้าลีกหนีห่าง 2-0

ถัดมานาทีที่ 89 ยูไนเต็ดมาใส่สกอร์ที่สามเพิ่มเติมอีกจากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษที่ ลูกากู ยิงไปติดกำแพงกระดอนไปเข้าทางมาติช วอลเลย์สวนไปแฉลบแนวรับเอฟเวอร์ตันไปถึง ลินการืด โหม่งเช็ดต่อให้ลูกากู โฉบมาแปด้วยขวาจ่อๆระยะเผาขนไม่เหลือซากเป็นการยิงใส่ทีมเก่าของเจ้าตัวด้วย ช่วยให้เจ้าบ้านนำห่าง 3-0

ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 ปีศาจแดงมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ อ็องโตนี มาร์กซิยาลตัวสำรองที่ลงไปแทน มคิทาร์ยาน ตั้งแต่นาทีที่ 88 โดน มอร์แกน ชไนเดอร์ลินสไลด์เบรกตัดเกมในเขตโทษและก็เป็นอดีตแข้งโมนาโกรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดทำให้จบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชนะไป 4-0 นำจ่าฝูงร่วมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มี 13 แต้มเท่ากัน และลูกได้เสีย +14 ยิงได้ 16 เสีย 2 เท่ากันพอดิบพอดี

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

คัมแบ็ค! ปีศาจแดง กลับมาผงาดอีกรอบ หลังแข้งสำคัญกลับมาลงสนามร่วมทัพ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก กลับมาฟอร์มเด่นอีกครั้งหลังจากที่พลาดท่ามา 3 นัดติด ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องกระสับกระส่ายในตำแหน่ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แข้งสำคัญหลายคนกลับมาลงสนามได้แล้ว และในวันเสาร์ที่ผ่านมาได้เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล ทีมดังจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และปีศาจแดงก็ได้ผงาดฟอร์มอันสุดโหดถล่ม สาลิกาดง ไปแบบขาดลอยถึง 4-1

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในคืนวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน ท่านผ่านมา ในศึกลีกฟุตบอลสูงสุดของอังกฤษ ปีศาจแดง ได้เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล ทีมดังแห่งเกาะอังกฤษ

ปีศาจแดงได้แข้งคนสำคัญกลับมาลงสนามช่วยทัพได้แล้ว การกลับมาอีกครั้งของ พอล ป๊อกบา สุดยอดมิดฟิลด์ดาวรุ่งค่าตัวแพงของผีแดง หลังจากได้เจ็บไปราวๆ 2 เดือน และได้กลับมาทำผลงานได้อย่างสุดยอด ฟอร์มเด่นเอาสุดๆ ด้วยการทำแอสซิส 1 ยิง 1 ซึ่งเป็นผลงานที่ทาง โชเซ่ มูรินโญ่ พอใจเอาสุดๆ กับการกลับมาครั้งนี้ ส่วนคนสำคัญอีกรายคือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หรือนามที่เรียกกันว่า “พระเจ้า” แห่งวงการฟุตบอล ก็กลับมาลงนามได้เช่นกัน

แต่สิ่งที่น่าทึ่งไปกว่านี้คือ ซลาตัน กลับมาเร็วกว่ากำหนด ซึ่งหมายความว่าเขาหายเจ็บได้เร็วกว่าปกติที่ทางแพทย์ได้กำหนดไว้ แต่เจ้าตัวบอกว่าผมฟิตพอที่จะลงสนามช่วยสังกัดได้แล้ว ทั้งที่ทีมแพทย์สั่งห้ามแล้วว่าไม่สามารถลงสนามได้ แต่เจ้าตัวไม่ยอม แต่เจ้าตัวก็ได้ลงสนามแค่ 10 นาที เพราะกลัวอาการบาดเจ็บจะกลับมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี ปีศาจแดง ได้กลับมาทำศึกอีกครั้งในระบบที่มีแข้งคนสำคัญหลายคนกลับมาช่วยทีมได้ ทำให้นึกถึงช่วงเปิดฤดูกาลใหม่ๆ ที่ผีแดงผงาดฟอร์มได้สุดยอดเอามากๆ ด้วยสถิติไม่แพ้ใครเลยมา 6 นัดติด

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เอาฮา! “มูรินโญ่” เผยแท็คติกบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล ในศึกแดงเดือดคืนนี้

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือจอมเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยแท็คติกใหม่เอาฮา หลังบอกบรรดานักข่าวว่าเขาจะจัดกองหน้า 9 ตัวลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีก นัดสำคัญกับ ลิเวอร์พูล วันเสาร์นี้

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผย ทีมของเขาต้องใช้ระบบเกมนี้เท่านั้น ในเกมที่จะบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล เพื่อจะคว้าชัยชนะในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม นี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

มูรินโญ่ มักถูกวิจารณ์และโดนแซวอยู่ตลอดจากกุนซือทั่วโลกว่าชอบใช้รถบัสมาจอดหน้าประตู หรือเอาแต่เน้นเกมรับมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเจอกับทีมใหญ่ แต่ในศึกที่ต้องเจอกับหงส์แดงครั้งนี้น้ามูตอบเอาฮาว่า ทีมของเราจะเล่นแผนหน้า 9 ตัว เพื่อเปิดเกมรุกเต็มรูปแบบ(แอบหัวเราะเบาๆ)

นายใหญ่ ปีศาจแดง ตอบคำถามนักข่าวแบบเอาฮาเกี่ยวกับเรื่องแท็คติกของเขาที่จะใช้ในเกมกับ หงส์แดง ว่า ”ผมจะเล่นด้วยกองหลังหนึ่งคน และกองหน้าเก้าคน, ไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้”

”เราให้ผู้เล่นหนึ่งคนอยู่ในแดนหลัง เราจะใช้ระบบใหม่ เราจะเล่นด้วยกองหน้าเก้าตัว, ฉะนั้น ไม่ต้องกังวล”

ศึกแดงเดือดเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2017 จะแข่งขันในเวลา 18.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทาง beIN SPORTS 1

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ก่อนถึงปัจจุบัน! “ปีศาจแดง” ในยุคอันวุ่นวายก่อนจะเป็นยักษ์ใหญ่ในทุกวันนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับการเปลี่ยนแปลงครั้้งยิ่งใหญ่ของช่วงเวลาอันสั้น ที่แฟนบอลต้องจดจำกันไปอีกนาน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ไม่ได้สวยหรูมาตั้งแต่เริ่มต้น เพราะ ปีศาจแดง มีการเปลี่ยนกุนซื้อมาแล้วมากมาย เพื่อทำให้สโมสรลงตัวที่สุด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในยุค 1969-1986 สโมสรได้พยายามหาตัวแทนที่เหมาะสมของบัสบี โดยใช้ผู้จัดการทีมไปหลายคน
ได้แก่ วิฟ แมคกิวเนส, แฟรงค์ โอฟาร์เรล ก่อนที่ ทอมมี โดเคอร์ตี้เข้ามาคุมทีมในปี 1972 เขาได้ช่วยทีมให้รอดจากการตกชั้น แต่อย่างไรก็ดี ทีมก็ได้ตกชั้นลงไปในปี 1974 แต่สโมสรก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาทันทีในปีถัดไป และยังได้เข้าชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพในปีต่อมาอีกด้วย จากนั้นก็ได้เข้าชิงชนะเลิศอีกครั้งในปี 1977 โดยครั้งนี้สามารถคว้าแชมป์ได้โดยการเอาชนะทีมลิเวอร์พูลเป็นการดับความหวังการคว้าสามแชมป์ในปีเดียวกันของหงส์แดงลงไปถึงเขาจะทำหน้าที่ได้ดีแต่ก็ถูกไล่ออกหลังจากรอบชิงชนะเลิศปีนั้นเนื่องจากมีข่าวพัวพันกับภรรยาของนักกายภาพบำบัด

เดฟ เซกซ์ตันได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมต่อในฤดูกาล 1977-1978 และเปลี่ยนระบบการเล่นของทีมให้เน้นเกมรับมากขึ้นระบบนี้ทำให้แฟนบอลไม่ค่อยพอใจมากนัก หลังจากทำทีมไม่ประสบความสำเร็จ
เขาถูกไล่ออกในปี 1981

รอน แอคคินสันได้เข้ามาทำหนาที่นี้แทนเมื่อเขาเข้ามาก็ได้ทำลายสถิติซื้อขายสูงสุดของอังกฤษโดยการคว้าตัวไบรอัน ร็อบสันมาจากเวสต์บรอมวิช รวมถึง การคว้าตัว เจสเปอร์ โอลเซน
และกอร์ดอน สตรัคคั่น ในขณะที่มีนักเตะอย่างมาร์ค ฮิวจส์ และนอร์แมนไวท์ไซด์ที่ขึ้นมาจากทีมเยาวชนของสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้แชมป์เอฟเอ คัพในปี 1983

ปี 1985 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทำผลงานได้ดีในช่วงเปิดฤดูกาลโดยการชนะ 10 นัดรวด ทำให้มีคะแนนนำทีมอื่นถึง 10 คะแนนตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นทีมทำผลงานได้ไม่ดีและจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ของลีกผลงานในปีต่อมาก็ไม่ได้ดีขึ้น ทีมต้องหนีการตกชั้น ทำให้รอน แอคคินสันถูกไล่ออกไป

ยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (1986-2013) อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เข้ามาคุมทีมต่อ โดยในฤดูกาลแรกสโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 แต่ในปีต่อมาก็ได้อันดับสองโดยไบรอัน แมคแคลร์ทำประตูได้ถึง 21 ประตู เป็นคนแรกของทีมหลังจากที่จอร์จ เบสต์เคยทำได้มาก่อนหน้านี้

ในปี 1989 เฟอร์กูสันเกิดความยากลำบากในการคุมทีมขึ้นเนื่องจากตัวผู้เล่นหลายตัวที่เขานำเข้ามาในทีมไม่เป็นที่พอใจของแฟนบอลมีข่าวออกมาว่าสโมสรจะปลดเฟอร์กี้ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมในช่วงต้นปี 1990 แต่การชนะนอตติ้งแฮม ฟอเรสต์ในรอบสาม ของเอฟเอ คัพ ก็ทำให้เขาสามารถคุมทีมต่อไปได้ จนคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้ในปีนั้นเป็นแชมป์แรกให้กับเขาในการคุมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ฤดูกาล 1990-91 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ โดยการเอาชนะบาร์เซโลนา จากสเปน ในนัดชิงชนะเลิศแต่ปีต่อมาทีมทำผลงานไม่ดีนักในพรีเมียร์ลีกสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในลอนดอนเมื่อปี 1991 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 18 ล้านปอนด์ จากนั้น
สโมสรต้องเปิดเผยข้อมูลการเงินทั้งหมดสู่สาธารณะ

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ประเด็นของ ‘ปีศาจแดง’ หลังผ่าน ‘พรีเมียร์ลีก’ ไป 2 นัด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรเต็งแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้ผงาดผลงานอย่างสุดยอดในเวที พรีเมีย์ลีก อังกฤษ จึงมีหลายประเด็ดให้ได้คิดกัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่ได้ทำการแข่งขันผ่านไปแล้ว 2 นัด ซึ่งผลงานนั้นออกมาได้อย่างสุดยอด ซึ่งทั้ง 2 นัด ปีศาจแดงชนะรวด และด้วยผลสกอร์รวมที่ทิ้งห่างสโมสรอื่นอย่างมาก ทำให้มีหลายประเด็นถูกตั้งขึ้น

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ประเด็นของผีแดงหลังผ่านไป 2 นัด เชื่อว่าเราคงได้เห็นฟอร์มของนักเตะรูปแบบการเล่นและระบบทีมที่แปลกใหม่ขึ้นของแมนฯ ยูไนเต็ดอยู่พอสมควร

ซึ่งวันนี้เราจะมาแตกเป็นประเด็นกันว่ามีประเด็นไหนที่น่าสนใจกันบ้างถ้าพร้อมและไปติดตามกันได้ในบทความนี้กันเลย

1.มาร์กซิยาล หมดอนาคต
จากการเข้ามาของ โรเมลู ลูกากูฤดูกาลนี้ทำให้เป็นที่เชื่อกันว่า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล น่าจะต้องตกไปเป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่หากเจ้าตัวเลือกจะอยู่กับทีมต่อไปและยิ่งมาในช่วงปรีซีซั่นสถานการณ์
ก็ดูเหมือนจะเริ่มชัดเจนมากขึ้นหลัง โชเซ่ มูรินโญ ออกมาจวกสไตล์การเล่นของ มาร์กซิยาลอย่างหนักหลังเจ้าตัวชอบเล่นโชว์เดี่ยวมากเกินไปจนทำให้ระบบของทีมเสียแถมยังไม่คิดจะปรับทัศนคติอีกด้วยจึงมีข่าวว่า มูรินโญ ไฟเขียวให้หาทีมใหม่ได้เลยถ้าต้องการแน่นอนว่าหาก มูรินโญ่
พูดแบบนี้อนาคตของเขาคงจะมืดมนเต็มทีแล้วในถิ่นโอ ลด์แทรฟฟอร์ด

2.ปอล ป็อกบา เจิดจรัสแน่
ในฤดูกาลที่แล้ว ป็อกบา ถูกวิจารณ์อย่างหนักถึงฟอร์มการเล่นของเขาที่มักจะช่วยทีมไม่ได้เวลาอยู่ในช่วงคับขันแถมยังมักเล่นยากอยู่เป็นประจำทำให้จังหวะของเกมเสียแต่อย่างไรหลังจากดูเจ้าตัวลงเล่นในเกมปรีซีซั่นจะเห็นได้ว่าเขาคุมเกมและออกบอลเร็วมากขึ้นซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีเนื่องจากเขาเป็นผู้เล่นที่วิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วหากปรับอีกนิดหน่อยเขาจะต้องเจิดจรัสแน่นอนในซีซั่นใหม่นี้

3.คู่หูอันตราย ลูกากู และ แรชฟอร์ด
ตอนแรกมีหลายคนอดห่วงถึงการเข้ามา โรเมลู ลูกากู ว่าจะทำให้พัฒนาการของ มาร์คัส แรชฟอร์ด
นั้นต้องหยุดชะงัก แต่ โชเซ มูรินโญ่ ก็ได้กลบเสียงวิจารณ์เหล่านั้นด้วยการส่งลงพร้อมกันทั้งคู่มัน
ซะเลย ซึ่งผลที่ออกมาก็ถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียวทั้งสองแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในเกมและวิ่งสอดผสานงานหาช่องว่างกันได้เป็นอย่างดี โดยจุดเด่นของทั้งคู่นั้นอยู่ที่ความเร็วความมุ่งมั่นและจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยมทำให้หลายๆ คนเริ่มคิดไปแล้วว่า 2 คนนี้จะกลายมาเป็นตำนานคู่กองหน้าต่อจาก
ดไวท์ ยอร์ค และ แอนดี้ โคล กันเลย

4.แมนฯ ยูไนเต็ดมีโอกาสคว้าแชมป์
แม้การเข้ามาของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในฤดูกาลที่แล้วจะไม่สามารถพาให้แมนฯ ยูไนเต็ด จบเหนืออันดับท็อป 4 ได้แต่เจ้าตัวก็ยังพาทีมคว้าดัมเบิ้ลแชมป์ทั้งยูโรป้า ลีก และ อีเอฟแอล คัพ มาได้สำเร็จพร้อมคว้าตั่วไปลุยยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกแบบอัตโนมัติในฤดูกาลใหม่นี้แน่นอนว่ามันสร้างขวัญกำลังใจให้กับทีมอย่างมากและหากเราได้ดูเกมในช่วงปรีซีซั่นจบพบว่าโครงสร้างของแมนฯ ยูไนเต็ดดูดีขึ้นกว่าฤดูกาลก่อนนักเตะเข้าใจกันมากขึ้นระบบการเล่นดูเป็นแบบแผนมากกว่าเดิมแถมการได้โรเมลู ลูกากู
เข้ามาน่าจะช่วยเรื่องการจบสกอร์ที่เป็นปัญหาในซีซั่นก่อนได้เป็นอย่างดีซึ่งนั้นทำให้พวกเขามีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองให้ได้

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

กลัวหรือยัง! ปีศาจแดง ผงาดฟอร์มแรง ล่ม เรือใบ 2-0 เก็บชัย 3 นัดรวด

ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผงาดฟอร์ม พรีซีซั่น จมเรือด้วยสกอร์ 2-0 แถมยังเก็บชัยมา 3 นัดติดแล้ว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ICC INTERNATIONAL แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ผงาดฟอร์มร้อนแรง ทำเอา เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งร่วมเมือง ยังตั้งเกมของตัวเองไม่ได้ หาจังหวะเข้าทำได้ยาก เป็ป กวาดิโอลา เปลี่ยนผู้เล่นจอมเทคนิคลงมาอยู่หลายคน แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรแนวรับของ แมนฯยูไนเต็ด ที่ยืนกันอย่างหนาแน่นได้

ในด้านของ โลเมลู ลูกากู เริ่มฉายแววให้เห็นถึงกองหน้าค่าตัว 75 ล้านปอนด์ มีโอกาสยิงเต็มๆ จากจังจังหวะ สโตนส์ พักบอลห่างตัว ก่อนปั่นด้วยซ้ายบอล ชนสามเหลี่ยม นาทีที่ 52

โรเมโล มีโอกาสซุปเปอร์เซฟ ในนาทีที่ 84 จากจังหวะยิงของ แฟร์นันดินโญ เช่นเดียวกับ เอแดร์สัน โชว์ เซฟลูกซ้ำจ่อๆของ โจนส์ 3 ครั้งติดแบบถี่ๆ

จบเกมการแข่งขัน: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากการทำประตูของ ลูกากู และ แรชฟอร์ด

ชนะ 3 นัด โดย ปีศาจแดง มีคิวลงเตะอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 23 กรกฏาคม กับ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด

แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตาม ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล จากเพจพวกเราได้ เพียงแค่ ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเราไว้ เท่านี้ก็จะไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ จากเพจของพวกเราอย่างแน่นอน