คัมแบ็ค! ปีศาจแดง กลับมาผงาดอีกรอบ หลังแข้งสำคัญกลับมาลงสนามร่วมทัพ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก กลับมาฟอร์มเด่นอีกครั้งหลังจากที่พลาดท่ามา 3 นัดติด ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องกระสับกระส่ายในตำแหน่ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แข้งสำคัญหลายคนกลับมาลงสนามได้แล้ว และในวันเสาร์ที่ผ่านมาได้เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล ทีมดังจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และปีศาจแดงก็ได้ผงาดฟอร์มอันสุดโหดถล่ม สาลิกาดง ไปแบบขาดลอยถึง 4-1

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในคืนวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน ท่านผ่านมา ในศึกลีกฟุตบอลสูงสุดของอังกฤษ ปีศาจแดง ได้เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล ทีมดังแห่งเกาะอังกฤษ

ปีศาจแดงได้แข้งคนสำคัญกลับมาลงสนามช่วยทัพได้แล้ว การกลับมาอีกครั้งของ พอล ป๊อกบา สุดยอดมิดฟิลด์ดาวรุ่งค่าตัวแพงของผีแดง หลังจากได้เจ็บไปราวๆ 2 เดือน และได้กลับมาทำผลงานได้อย่างสุดยอด ฟอร์มเด่นเอาสุดๆ ด้วยการทำแอสซิส 1 ยิง 1 ซึ่งเป็นผลงานที่ทาง โชเซ่ มูรินโญ่ พอใจเอาสุดๆ กับการกลับมาครั้งนี้ ส่วนคนสำคัญอีกรายคือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หรือนามที่เรียกกันว่า “พระเจ้า” แห่งวงการฟุตบอล ก็กลับมาลงนามได้เช่นกัน

แต่สิ่งที่น่าทึ่งไปกว่านี้คือ ซลาตัน กลับมาเร็วกว่ากำหนด ซึ่งหมายความว่าเขาหายเจ็บได้เร็วกว่าปกติที่ทางแพทย์ได้กำหนดไว้ แต่เจ้าตัวบอกว่าผมฟิตพอที่จะลงสนามช่วยสังกัดได้แล้ว ทั้งที่ทีมแพทย์สั่งห้ามแล้วว่าไม่สามารถลงสนามได้ แต่เจ้าตัวไม่ยอม แต่เจ้าตัวก็ได้ลงสนามแค่ 10 นาที เพราะกลัวอาการบาดเจ็บจะกลับมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี ปีศาจแดง ได้กลับมาทำศึกอีกครั้งในระบบที่มีแข้งคนสำคัญหลายคนกลับมาช่วยทีมได้ ทำให้นึกถึงช่วงเปิดฤดูกาลใหม่ๆ ที่ผีแดงผงาดฟอร์มได้สุดยอดเอามากๆ ด้วยสถิติไม่แพ้ใครเลยมา 6 นัดติด

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ส่อแววรุ่ง! 5 เหตุผลที่ “มาร์คัส แรชฟอร์ด” จะจรัสแสงในซีซั่นนี้

หลังจากที่ได้เห็นฟอร์มของศูนย์ดาวรุ่งอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด ในปรีซีซั่นแล้วก็ต้องบอกว่าเล่นเอาสาวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฝันหวานไปตามๆ กันเลยว่าพวกเขาจะได้ยอดกองหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกคนอย่างแน่นอน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก ได้ทำศึกผ่านมาหลายสัปดาห์แล้ว และผลงานก็คงที่ แต่สิ่งที่น่าจับตามองอีกอย่างก็คือ แข้งดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด เจ้าหนูวัย 19 ที่ทำผลงานได้อย่างน่าชื่นชม และเขายังได้รับคำชื่นชมจาก โชเซ่ มูรินโญ่ อีกด้วย และจากนี้เรามาดู 5 เหตุผลที่จะทำให้รู้ว่าแข้งหนุ่มรายนี้จะฉายแสงในวงการลูกหนังได้ดีแค่ไหน

และนี้คือ 5 เหตุผลที่ทำไม มาร์คัส แรชฟอร์ด จะระเบิดฟอร์มได้ในฤดูกาลนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

5. ประสบการณ์เพิ่มขึ้น

ฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ 3 ของเขากับทีมชุดใหญ่โดยแม้จะมีโอกาสลงสนามไม่ได้มากมายอะไรแต่เขาก็ได้รับคำแนะนำจากบรรดาซุปตาร์รุ่นพี่เป็นประจำไม่ว่าจะเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หรือ เวย์น รูนีย์ ก็ตามทำให้ในฤดูกาลใหม่นี้ที่จะเริ่มขึ้นเจ้าตัวน่าจะมีความนิ่งและเฉียบขาดในการทำประ
ตูและจบสกอร์มากกว่าเดิมซึ่งถือเป็นจุดอ่อนของเขาในซีซั่นก่อน

4. ระบบทีมดูดีขึ้น

การจากไปของ เวย์น รูนีย์ และการเข้ามาของโรเมลู ลูกากู จะทำให้แผงหน้าของ ยูไนเต็ด มีความน่ากลัวมากขึ้นซึ่งจะช่วยลดความกดดันของ แรชฟอร์ด ได้เป็นอย่างดีเพราะคนจะหันไปเพ็งเล็งที่
ลูกากู มากกว่าและด้วยสไตล์ถึก เร็วของลูกากูจะทำให้ แรชฟอร์ด เล่นได้ง่ายมากขึ้นเพราะมีคนคอยชนกองหลังให้นั้นเอง

3. ความสามารถหลากหลาย

แม้ตำแหน่งถนัดของ แรชฟอร์ด จะเป็นกองหน้าแต่หลายๆเกมเราจะเห็นว่า แรชฟอร์ด สามารถที่จะถ่างออกไปเล่นทางด้านข้างได้ดีแม้แพ้ปีกธรรมชาติเลยทีเดียวแถมเจ้าตัวยังมีเซ้นต์บอลที่ยอดเยี่
ยมมีคิลเลอร์พาสสวยๆให้เห็นบ่อยครั้งดังนั้นการที่มีเขาอยู่ในสนามจะช่วยเพิ่มมิติเกมรุกให้กับ ยูไนเต็ด ได้มากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

2. โอกาสลงสนามมากขึ้น

มูรินโญ ได้แอบเปรยออกมาแล้วว่าอาจจะทำให้ แรชฟอร์ด เล่นเป็นศูนย์หน้าร่วมกับ โรเมลู ลูกากู
ในฤดูกาลใหม่นี้หลังจากที่ในฤดูกาลก่อนที่ผ่านมามูรินโญ มันเลือกที่จะใช้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เป็นหน้าเป้าคนเดียวและถ้าหากไม่เจ็บไม่ป่วย มูรินโญ ก็แทบจะไม่เปลี่ยนไม่พักออกเลยทำให้จะมีได้ลงมากขึ้นก็ตอน ซลาตัน เจ็บเท่านั้นเอง

1. มีความเป็นมืออาชีพ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวออกมาว่า แรชฟอร์ด ลงทุนทำห้องความเย็นเพื่อเร่งการฟื้นฟูสภาพร่าง
กายในบ้านของตัวเองซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวทุ่มเทต่อการลงสนามรับใช้ปีศาจแดงแค่ไหนแถมยังคงเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่องจะเห็นได้จากร่างกายที่ดูแข็งแกร่งมากกว่าเดิมในช่วงปรีซีซั่นนี้

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เอาฮา! “มูรินโญ่” เผยแท็คติกบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล ในศึกแดงเดือดคืนนี้

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือจอมเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยแท็คติกใหม่เอาฮา หลังบอกบรรดานักข่าวว่าเขาจะจัดกองหน้า 9 ตัวลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีก นัดสำคัญกับ ลิเวอร์พูล วันเสาร์นี้

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผย ทีมของเขาต้องใช้ระบบเกมนี้เท่านั้น ในเกมที่จะบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล เพื่อจะคว้าชัยชนะในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม นี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

มูรินโญ่ มักถูกวิจารณ์และโดนแซวอยู่ตลอดจากกุนซือทั่วโลกว่าชอบใช้รถบัสมาจอดหน้าประตู หรือเอาแต่เน้นเกมรับมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเจอกับทีมใหญ่ แต่ในศึกที่ต้องเจอกับหงส์แดงครั้งนี้น้ามูตอบเอาฮาว่า ทีมของเราจะเล่นแผนหน้า 9 ตัว เพื่อเปิดเกมรุกเต็มรูปแบบ(แอบหัวเราะเบาๆ)

นายใหญ่ ปีศาจแดง ตอบคำถามนักข่าวแบบเอาฮาเกี่ยวกับเรื่องแท็คติกของเขาที่จะใช้ในเกมกับ หงส์แดง ว่า ”ผมจะเล่นด้วยกองหลังหนึ่งคน และกองหน้าเก้าคน, ไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้”

”เราให้ผู้เล่นหนึ่งคนอยู่ในแดนหลัง เราจะใช้ระบบใหม่ เราจะเล่นด้วยกองหน้าเก้าตัว, ฉะนั้น ไม่ต้องกังวล”

ศึกแดงเดือดเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2017 จะแข่งขันในเวลา 18.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทาง beIN SPORTS 1

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ก่อนถึงปัจจุบัน! “ปีศาจแดง” ในยุคอันวุ่นวายก่อนจะเป็นยักษ์ใหญ่ในทุกวันนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับการเปลี่ยนแปลงครั้้งยิ่งใหญ่ของช่วงเวลาอันสั้น ที่แฟนบอลต้องจดจำกันไปอีกนาน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งวงการฟุตบอลบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ไม่ได้สวยหรูมาตั้งแต่เริ่มต้น เพราะ ปีศาจแดง มีการเปลี่ยนกุนซื้อมาแล้วมากมาย เพื่อทำให้สโมสรลงตัวที่สุด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในยุค 1969-1986 สโมสรได้พยายามหาตัวแทนที่เหมาะสมของบัสบี โดยใช้ผู้จัดการทีมไปหลายคน
ได้แก่ วิฟ แมคกิวเนส, แฟรงค์ โอฟาร์เรล ก่อนที่ ทอมมี โดเคอร์ตี้เข้ามาคุมทีมในปี 1972 เขาได้ช่วยทีมให้รอดจากการตกชั้น แต่อย่างไรก็ดี ทีมก็ได้ตกชั้นลงไปในปี 1974 แต่สโมสรก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาทันทีในปีถัดไป และยังได้เข้าชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพในปีต่อมาอีกด้วย จากนั้นก็ได้เข้าชิงชนะเลิศอีกครั้งในปี 1977 โดยครั้งนี้สามารถคว้าแชมป์ได้โดยการเอาชนะทีมลิเวอร์พูลเป็นการดับความหวังการคว้าสามแชมป์ในปีเดียวกันของหงส์แดงลงไปถึงเขาจะทำหน้าที่ได้ดีแต่ก็ถูกไล่ออกหลังจากรอบชิงชนะเลิศปีนั้นเนื่องจากมีข่าวพัวพันกับภรรยาของนักกายภาพบำบัด

เดฟ เซกซ์ตันได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมต่อในฤดูกาล 1977-1978 และเปลี่ยนระบบการเล่นของทีมให้เน้นเกมรับมากขึ้นระบบนี้ทำให้แฟนบอลไม่ค่อยพอใจมากนัก หลังจากทำทีมไม่ประสบความสำเร็จ
เขาถูกไล่ออกในปี 1981

รอน แอคคินสันได้เข้ามาทำหนาที่นี้แทนเมื่อเขาเข้ามาก็ได้ทำลายสถิติซื้อขายสูงสุดของอังกฤษโดยการคว้าตัวไบรอัน ร็อบสันมาจากเวสต์บรอมวิช รวมถึง การคว้าตัว เจสเปอร์ โอลเซน
และกอร์ดอน สตรัคคั่น ในขณะที่มีนักเตะอย่างมาร์ค ฮิวจส์ และนอร์แมนไวท์ไซด์ที่ขึ้นมาจากทีมเยาวชนของสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้แชมป์เอฟเอ คัพในปี 1983

ปี 1985 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทำผลงานได้ดีในช่วงเปิดฤดูกาลโดยการชนะ 10 นัดรวด ทำให้มีคะแนนนำทีมอื่นถึง 10 คะแนนตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นทีมทำผลงานได้ไม่ดีและจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ของลีกผลงานในปีต่อมาก็ไม่ได้ดีขึ้น ทีมต้องหนีการตกชั้น ทำให้รอน แอคคินสันถูกไล่ออกไป

ยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (1986-2013) อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เข้ามาคุมทีมต่อ โดยในฤดูกาลแรกสโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 แต่ในปีต่อมาก็ได้อันดับสองโดยไบรอัน แมคแคลร์ทำประตูได้ถึง 21 ประตู เป็นคนแรกของทีมหลังจากที่จอร์จ เบสต์เคยทำได้มาก่อนหน้านี้

ในปี 1989 เฟอร์กูสันเกิดความยากลำบากในการคุมทีมขึ้นเนื่องจากตัวผู้เล่นหลายตัวที่เขานำเข้ามาในทีมไม่เป็นที่พอใจของแฟนบอลมีข่าวออกมาว่าสโมสรจะปลดเฟอร์กี้ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมในช่วงต้นปี 1990 แต่การชนะนอตติ้งแฮม ฟอเรสต์ในรอบสาม ของเอฟเอ คัพ ก็ทำให้เขาสามารถคุมทีมต่อไปได้ จนคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้ในปีนั้นเป็นแชมป์แรกให้กับเขาในการคุมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ฤดูกาล 1990-91 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ โดยการเอาชนะบาร์เซโลนา จากสเปน ในนัดชิงชนะเลิศแต่ปีต่อมาทีมทำผลงานไม่ดีนักในพรีเมียร์ลีกสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในลอนดอนเมื่อปี 1991 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 18 ล้านปอนด์ จากนั้น
สโมสรต้องเปิดเผยข้อมูลการเงินทั้งหมดสู่สาธารณะ

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับเรื่องราว 11 ตัวจริงหลักของ ในช่วงปี ค.ศ. 1913

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรในช่วงแรก (1878-1945) แต่จริงแล้วชื่อเดิมของสโมสรนั้น คือ “นิวตัน ฮีท ” ในปี ค.ศ. 1878 พนักงานการรถไฟสายแลงคาเซี้ยร์ แอนด์ ยอร์คเชียร์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับแผนกรถสินค้าและรถโดยสารของบริษัทรถไฟแอล.และวาย (Lancashire and Yorkshire Railway (LYR) ในระหว่างที่กำลังรับประทานอาหารมื้อเย็นอยู่นั้นพวกเขาได้ร่วมก่อตั้งทีมฟุตบอลกันขึ้นมา และตระเวณเล่นกันอยู่ในแถบเมืองนอร์ธกราวด์ซึ่งอยู่ในนิวตัน ฮีท สถานที่ซ้อมก็ใช้รางรถไฟ เป็นเส้นแบ่งเขตสนามตลอดจนเสียงและควันจากรถไฟรถจักรไอน้ำ ทีมฟุตบอล นิวตัน ฮีท (แลนแคเชียร์ แอนด์ ยอร์ดเชียร์เรลเวย์) ที่พวกเขา ตั้งขึ้นมาก็เล่น ฟุตบอล กัน ได้อย่างดีเยี่ยมน่าประทับใจโดยชุดแข่งที่ใช้เสื้อสีเขียว-เหลือง อย่างละครึ่ง กางเกงสีดำเป็นชุดเก่ง
พนักงานที่อยู่ในแถบนั้น แพ้นิวตัน ฮีท กระจุย ในปี 1885 สมาชิกในทีมได้ตัดสินใจติดต่อกับการรถไฟ และก่อตั้งทีมเพื่อเป็น บริษัท จำกัด โดยใช้ชื่อว่า นิวตัน ฮีท ฟุตบอลคลับ ผลงานชิ้นแรกของเขาคือการคว้าแชมป์ แมนเชสเตอร์ คัพมาครอง นั้นคือถ้วยแรกของทีม นิวตัน ฮีท ในช่วงต้นของสโมสรฟุตบอลทุก ๆ สโมสรในขณะนั้น ต่างก็มีฐานะการเงินที่ย่ำแย่ นิวตัน ฮีท ก็เช่นเดียวกัน

ในปี 1902 นักเตะต้องจำนำชุดเพื่อนำมาใช้จ่ายแทนค่าจ้าง ขณะที่ สโมสร ฯ เป็นหนี้ถึง 2,670 ปอนด์ ซึ่งต้องถูกฟ้องล้มละลาย จุดพลิกผันได้เกิดขึ้น จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์ ผู้อำนวยการบริษัทเบียร์
ได้เข้ามาซื้อหุ้นของสโมสร และกรรมการบริหารชุดใหม่ได้เปลี่ยนชื่อนิวตัน ฮีท เป็น
แมนฯ ยู พวกเขาเริ่มลงเล่นในเสื้อแดงและกางเกงขาสั้นสีขาว อีก 6 ปีต่อมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ก็คว้าแชมป์ฟุตบอลลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาล 1907 – 1908 ในฤดูกาลต่อมาพวกเขาก็คว้าแชมป์ เอฟเอคัพได้สำเร็จ จากความสำเร็จทำให้ จอห์น เฮนรี่ เดวี่ส์ คิดที่จะย้ายสโมสรจากเดิมที่แบ๊งค์สตรีท ไปอยู่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด และเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1910 สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ก็ถูกเปิดใช้เป็นครั้งแรกและคู่แค้นตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล ก็บุกมาเฉือนพวกเขา 4-3

ยุคของ เซอร์ แมตต์ บัสบี (1945-1969) แมตต์ บัสบีได้เข้ามาคุมทีมในปี 1945 เขาได้นำความสำเร็จมาสู่สโมสรได้อย่างรวดเร็วโดยได้อันดับสองของฟุตบอลลีกในปี 1947 และชนะเลิศเอฟเอ คัพในปีต่อมาบัสบีได้ลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมในปี 1969 โดยมี วิฟ แมคกินเนส โค้ชทีมสำรองทำหน้าที่แทน

ไบรอัน ร็อบสัน อดีตผู้เล่นในตำนานของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สโมสรได้พยายามหาตัวแทนที่เหมาะสมของบัสบี โดยใช้ผู้จัดการทีมไปหลายคน ได้แก่ วิฟ แมคกิวเนส, แฟรงค์ โอฟาร์เรล ก่อนที่ ทอมมี โดเคอร์ตี้เข้ามาคุมทีมในปี 1972 เขาได้ช่วยทีมให้รอดจากการตกชั้น แต่อย่างไรก็ดี ทีมก็ได้ตกชั้นลงไปในปี 1974 แต่สโมสรก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาทันทีในปีถัดไป และยังได้เข้าชิงชนะเลิศ เอฟเอ
คัพในปีต่อมาอีกด้วย

ยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (1986-2013) อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เข้ามาคุมทีมต่อ โดยในฤดูกาลแรกสโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 แต่ในปีต่อมาก็ได้อันดับสองโดยไบรอัน แมคแคลร์ทำประตูได้ถึง 21 ประตู เป็นคนแรกของทีมหลังจากที่จอร์จ เบสต์เคยทำได้มาก่อนหน้านี้ในปี 1989 ฤดูกาล 1990-91 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ โดยการเอาชนะบาร์เซโลนา จากสเปน ในนัดชิงชนะเลิศ แต่ปีต่อมาทีมทำผลงานไม่ดีนักในพรีเมียร์ลีกในยุคช่วงที่ ตกต่ำที่สุด

เดวิด มอยส์ ในฤดูกาล 2013-14 หลังจากที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ประกาศวางมือจากการคุมทีมไปหลังจากที่คุมทีมมาอย่างยาวนานกว่า 26 ปีครึ่ง ทางทีมและทางตัวของเฟอร์กูสันได้แต่งตั้ง
เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตันชาวสกอต ให้มารับหน้าที่ผู้จัดการทีมคนใหม่แทน แต่ปรากฏว่าผลงานของมอยส์ทำให้ทีมมีผลงานย่ำแย่มาก จนในที่สุดเมื่อจบฤดูกาล แมนฯ ยู ได้เพียงแค่
อันดับ 7 ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรายการภาคพื้นทวีปได้ทั้งยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก หรือยูโรปาลีก
อีกทั้งยังทำอีกหลายสถิติที่ย่ำแย่ จนกลายเป็นสถิติที่แย่ที่สุดของทีมในรอบ 19 ปี ที่สุดใน
วันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ทางทีมก็ได้แต่งตั้ง หลุยส์ ฟานกัล  ผู้จัดการทีมชาติเนเธอร์แลนด์เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่และกิกส์ที่ประกาศเลิกเล่นไปก็รับหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการทีม

จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ปีศาจแดงได้มีกุนซือคนใหม่อย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ สุดยอดโค๊ชจอมเก๋ารายนี้มาคุมผีแดงให้กลับมาผงาดอีกครั้ง ด้วยผลงานช่วงปรีซีซั่นซึ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

กลัวหรือยัง! ปีศาจแดง ผงาดฟอร์มแรง ล่ม เรือใบ 2-0 เก็บชัย 3 นัดรวด

ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผงาดฟอร์ม พรีซีซั่น จมเรือด้วยสกอร์ 2-0 แถมยังเก็บชัยมา 3 นัดติดแล้ว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ICC INTERNATIONAL แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ผงาดฟอร์มร้อนแรง ทำเอา เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งร่วมเมือง ยังตั้งเกมของตัวเองไม่ได้ หาจังหวะเข้าทำได้ยาก เป็ป กวาดิโอลา เปลี่ยนผู้เล่นจอมเทคนิคลงมาอยู่หลายคน แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรแนวรับของ แมนฯยูไนเต็ด ที่ยืนกันอย่างหนาแน่นได้

ในด้านของ โลเมลู ลูกากู เริ่มฉายแววให้เห็นถึงกองหน้าค่าตัว 75 ล้านปอนด์ มีโอกาสยิงเต็มๆ จากจังจังหวะ สโตนส์ พักบอลห่างตัว ก่อนปั่นด้วยซ้ายบอล ชนสามเหลี่ยม นาทีที่ 52

โรเมโล มีโอกาสซุปเปอร์เซฟ ในนาทีที่ 84 จากจังหวะยิงของ แฟร์นันดินโญ เช่นเดียวกับ เอแดร์สัน โชว์ เซฟลูกซ้ำจ่อๆของ โจนส์ 3 ครั้งติดแบบถี่ๆ

จบเกมการแข่งขัน: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากการทำประตูของ ลูกากู และ แรชฟอร์ด

ชนะ 3 นัด โดย ปีศาจแดง มีคิวลงเตะอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 23 กรกฏาคม กับ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด

แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตาม ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล จากเพจพวกเราได้ เพียงแค่ ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเราไว้ เท่านี้ก็จะไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ จากเพจของพวกเราอย่างแน่นอน

เหตุผลหลักที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หวนกลับไปคว้าแชมป์ ยูซีแอล

Manchester United กับความแข็งแกร่งที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกวันจากการนำทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีความมุ่งมั่นและกระหายชัยชนะอย่างจริงจังทุกครั้งที่ลงแข่ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่จบฤดูกาลที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะไม่ได้แชมป์มาครอง แต่สำหรับฤดูกาลที่ 2017-2018 ได้ออกเดินเครื่องเต็มกำลังพร้อมเร่งเสริมทัพหน้าอย่างหนักหน่วง
โดยล่าสุดเจ้าตังเพิ่งได้ โรเมลู ลูกากู กองหน้าจากเอฟเวอร์ตัน เข้ามาในถิ่นตนเองได้สำเร็จ
ซึ่งในตอนนี้แฟนบอล Manchester United ก็ยังคงมีความหวังว่าฤดูกาลนี้จะได้แชมป์
ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก หลังจากได้สิทธิ์กลับไปเล่นอีกครั้ง หลังจากที่ได้เข้ารอบแบ่งกลุ่มครั้งสุดท้ายเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา จึงทำให้สามารถวิเคราะห์เหตุผลหลัก ๆ ที่จะทำให้พวกเขาจะสามารถกลับไปครองแชมป์ได้อีกครั้ง

1. การได้แชมป์ยูโรปาลีก ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับ Manchester United
เพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าการลงเล่นถ้วยยูโรปาอาจจะไม่ใช่สิ่งที่สาวกแฟนบอลคาดหวัง
ไว้สักเท่าไรแต่สุดท้ายอย่างน้อยก็ได้ครองแชมป์ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ได้กลับไปเล่นให้แชมป์เปียนส์ลีกในซีซั่นหน้า พร้อมทั้งนักเตะของทีมก็ยังได้มีประสบการณ์จากความสำเร็จในครั้งนี้ช่วยสร้างความมั่นใจและมีความต้องการชัยชนะเพิ่มมากขึ้น

2. ปอล ป็อกบา ปรับตัวได้แล้ว ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเจ้าตัวจะโดนกดดันเรื่องผลงานเพราะมีราคาค่าตัวที่สูงสุดของโลก จากการที่เขาได้ลงสนามมากถึง 51 นัดแต่ยิงเพียง 9 ประตู แต่เมื่อเทียบกับจำนวนที่เจ้าตัวสนามถือว่าน้อยมาก แต่ถ้ามองรูปเกมของการลงสนามในช่วงหลัง ๆ ป๊อกบาได้มีการปรับตัวเข้ากับทีมได้ดีมากขึ้นและเชื่อว่าในฤดูกาลหน้าฟอร์มการเล่นจะต้องประทับใจได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมต้องรอดูกันต่อไป

3. มูรินโญ่ มีขุมกำลังสุดแกร่งมากขึ้น ซึ่งในเวลานี้เขาได้ โรเมลู ลูกากู เข้ามาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นที่เรียบร้อย โดยมาคราวนี้เจ้าตัวก็สามารถที่จะปรับตัวเข้ากับทีม Manchester United
ได้รวดเร็ว ซึ่งตำแหน่งที่เขามานั้นจะเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าและสามารถเป็นตัวเดินเกมให้กับทีมได้ดีและเน้นการทำเพื่อทีมไม่ได้เน้นทำเพื่อตัวเองจะเห็นได้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มมีทีมและนักเตะที่แข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นมีความกระหายที่ต้องการชัยชนะ และการครองแชมป์มากขึ้นกว่าเดิม
ถึงแม้ว่าฤดูกาลนี้จะไม่มีเวนย์ รูนี่ย์ , ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ถึงอย่างไร Manchester United ก็จะพิสูจน์ความแข็งแกร่งและการก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ให้ได้อีกครั้ง

แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตาม ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล จากเพจพวกเราได้ เพียงแค่ ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเราไว้ เท่านี้ก็จะไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ จากเพจของพวกเราอย่างแน่นอน

ตำนานคนต่อไป! เวย์น รูนี่ย์ อดีตแข้งปีศาจแดง ผู้ที่จะขึ้นแท่นตำนานคนต่อไป

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สุดยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังจะแต่งตั้งให้ เวย์น รูนี่ย์ เป็นตำนานแห่งปีศาจแดงคนต่อไป

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 20 สมัย มีแข้งระดับโลกมากมาย แต่ก็จะมีซักกี่คนที่จะทุ่มเทให้กับสโมสร พร้อมแบกภาระทีมตลอด 90 นาที ซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังเลงนักเตะบางคนเพื่อจะแต่งตั่งให้เป็นตำนานปีศาจแดงคนต่อไป ซึ่งเขาผู้นั้นคือ เวย์น รูนี่ย์ สุดยอดกัปตันทีมผู้ที่ทุบสถิติยิงเยอะที่สุดในลีก

หลังจากที่ เวย์น รูนี่ย์ ได้อำลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กลับสู่ เอฟเวอร์ตัน ทีมเก่าของเขามันก็มีสิ่งที่ให้พูดถึงมากมายกับดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีม​”ปีศาจแดง” ซึ่งว่าเขาคือนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลของสโมสร หรือว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น วันนี้ อามิต คัตวาล่า จากโฟร์โฟร์ทู จะมาให้ความเห็นในเรื่องนี้

หลังจากที่อยู่กับ ปีศาจแดง มา 13 ปี เวย์น รูนี่ย์ จากสโมสรแห่งนี้ไปในฐานะดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทั้งสโมสรและทีมชาติ เขาคว้าแชมป์ทุกรายการในระดับสโมสรและได้รับการยกย่องว่าเป็นนักฟุตบอลหมายเลขหนึ่งของประเทศ

มันมีช่วงเวลาหนึ่งที่เขาเป็นนักเตะที่ดีที่สุดด้วยการยิง 34 ประตูในฤดูกาล 2009/10 และ 2011/12 แต่บางทีในบางอารมณ์เราก็รู้สึกว่า รูนี่ย์ น่าจะไปได้ไกลกว่านี้เขาน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้

การที่ครั้งหนึ่งเคยมีปัญหาเรื่องสัญญาฉบับใหม่จนเกือบย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มันก็ทำให้ แฟน ๆ ยูไนเต็ด คลางแคลงในตัวเขาเช่นกันว่าในอีก 30 ปี เขาจะถูกยกย่องเป็นตำนานของสโมสรแบบเดียวกับ จอร์จ เบสต์ หรือว่า บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน หรือไม่?

หลายคนเสียใจกับการอำลาทีมของเขาแต่ว่าก็ต้องยอมรับความจริงว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาเล่นได้ไม่เหมือนเดิม ยิ่งเมื่อเทียบกับตอนขึ้นมาใหม่ เมื่อ อายุ 16 ปี เขาเปลี่ยนไปจากเดิม

มองย้อนกลับไปตอนที่เขาขึ้นมาเล่นให้กับ เอฟเวอร์ตัน ใหม่ ๆ มันเหมือนกับว่าเรากำลังดูนักเตะอีกคน เขายิงประตูแรกในพรีเมียร์ ลีก จากจังหวะปั่นโค้งสุดสวยใส่อาร์เซน่อล รูนี่ย์ คือนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในประวัคิศาสตร์ที่ยิงในลีกได้, ​เขามีความรวดเร็ว, สัมผัสบอลที่แม่นยำ และไม่เคยกลัวใคร

ทัศนคติแบบนี้มันทำให้ รูนี่ย์ ขึ้นมาเล่นในระดับพรีเมียร์ ลีก ในเวลาอันรวดเร็ว ตอนเด็ก ๆ เขาเตะบอลเป็นชั่วโมงจนกว่าจะมืดค่ำเขาชอบเล่นแบ่งทีมข้างละ 5 คน และเล่นมันจนกว่าจะหนำใจทุกที่สำหรับเขาคือสนามฟุตบอลทั้งท้องถนน, กำแพงบ้านคุณยาย ในคร็อกซ์เท็กซ์ ที่พรุนไปหมดกับการซ้อมยิงประตูของเขา

ตอนอายุ 10 ขวบ รูนี่ย์ ได้ลงสนามครั้งแรกที่ถิ่น กูดิสัน พาร์ค ในฐานะมาสค็อต เนวิลล์ เซาธ์ทอลล์ กลิ้งบอลให้กับเขาโดยคาดว่าเขาจะส่งบอลเบา ๆ คืนกลับมาให้ตามประสาเด็กแต่สิ่งที่เขาทำก็คือ
จัดการบรรจงชิพบอลข้ามหัวผู้รักษาประตูคนดังเข้าไปตุงตาข่ายและจากนั้น…รูนี่ย์ ยิงไป 99 ประตูในเกมระดับ จูเนียร์

“การเป็นนักฟุตบอลระดับสุดยอด บางทีคุณก็ต้องมีความจองหองเล็กน้อย” รูนี่ย์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ เดวิด วินเนอร์ จาก อีเอสพีเอ็น เมื่อปี 2012 แต่ว่าการรักษาความเป็นระดับท็อปกลายเป็นปัญหาสำหรับเขาเมื่อเทียบกับ หลุยส์ ฟิโก้ หรือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่ยังคงเล่นได้ดีแม้ว่าจะอายุเยอะแล้วก็ตาม

รูนี่ย์ ในวัย 31 ปี นั้นหมดความทะเยอทะยานอย่างรวดเร็วเขาต้องยอมรับว่าเส้นทางของเขากับ แมนฯ ยู นั้นจบลงเพราะว่าผลงานของตัวเอง  แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีอะไรที่เป็นที่น่าจดจำเพราะว่าเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าครั้งหนึ่งเขาไม่ได้สร้างความมหัศจรรย์ตอนเล่นให้กับ เอฟเวอร์ตัน, ทีมขาติอังกฤษ ใน ยูโร 2004 รวมถึง แฮตทริกกับผีแดง ในเกมนัดเปิดตัวเขาอาจจะไม่ได้ถูกคาดหวังมากขนาดนี้ก็เป็นได้

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

อดไม่ไหว! แมนยู เผย ลูกากูอดไม่ไหวที่จะร่วมซ้อมทันทีหลังเปิดตัวซบผี

แมนเซสเตอร์ ยูไนเต็ด – โรเมลู ลูกากู ดาวยิงป้ายแดงของ ปีศาจแดง ร่วมฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ทันที หลังเปิดตัวในฐานะผู้เล่นของสโมสรอย่างเป็นทางการ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเซสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก เผยภาพกองหน้าคนใหม่ โรเมลู ลูกากู อดไม่ไหวที่จะลงซ้อมกับเพื่อร่วมทีม หลังจากเพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน

ดาวยิงทีมชาติเบลเยียมเพิ่งย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาร่วมทีม ปีศาจแดง ด้วยสนนราคาที่ว่ากันว่าสูงถึง 75 ล้านปอนด์ นั่นหมายความว่าเขาจะได้ร่วมงานกับ มูรินโญ่ เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสอีกครั้ง หลังเคยร่วมงานกันสมัยอยู่กับเชลซีมาก่อน

หอกวัย 24 กล่าวผ่าน NBC เมื่อถูกถามว่ามูรินโญคือปัจจุบันสำคัญที่ย้ายมาเล่นกับยูไนเต็ดหรือเปล่า?

“ผมมีโอกาสทำงานกับเขาตอนอายุ 20 สมัยอยู่กับเชลซี มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผมคาดหวัง แต่เราก้าวผ่านมันมาแล้ว”

“เรามีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมต่อกัน เขารู้ว่าผมพร้อมวิ่งทะลุกำแพงอิฐเพื่อเขา”

“ผมตื่นเต้นกับการได้ทำงานกับมูรินโญและพัฒนาตัวเอง ผมต้องการลุ้นแชมป์และอยู่ในห้องแต่งตัวที่มีผู้เล่นชั้นยอดที่เพียบพร้อมไปด้วยแคแร็คเตอร์ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการและมันจะช่วยผมพัฒนายิ่งขึ้นไปอีก” ลูกากู กล่าวผ่านสื่อ

แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตาม ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล จากเพจพวกเราได้ เพียงแค่ ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเราไว้ เท่านี้ก็จะไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ จากเพจของพวกเราอย่างแน่นอน