ยุคสร้างตัว! แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อตัวครั้งแรกกับแข้งพนักงานรถไฟ

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงต้นทศวรรษ 1870 เมื่อพนักงานการรถไฟกลุ่มหนึ่งได้ก่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่ถือกำเนิดโดยพนักงานการรถไฟกลุ่มหนึ่งได้ก่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมา ซึ่งพวกเขาใช้ชื่อว่า เดอะ แลงคาเชียร์ แอนด์ ยอร์คเชียร์ เรียลเวย์ ฟุตบอล คลับ และต่อมาได้เปลี่ยนเป็น นิวตัน ฮีธ ในปี 1878

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โดยพวกเขาพยายามเข้าร่วมฟุตบอลลีกถึงสองครั้งแต่ก็ล้มเหลว เพราะไม่มีสโมสรใดให้การสนับสนุนแต่ในที่สุดพวกเขาก็ได้รับการยอมรับเมื่อฟุตบอลลีกมีการแบ่งออกเป็นสองดิวิชั่นในเวลาต่อมาไม่นาน

เกมลีกนัดแรกในประวัติศาสตร์ของ นิวตัน ฮีธ คือ ดารมพ่ายแพ้ต่อ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 3-4 แต่ชัยชนะนัดแรกก็มาถึงในไม่ช้าเมื่อพวกเขาจัดการถล่มเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์สไปได้ถึง 10-1 แต่หลังจากนั้นทีมกลับทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังเมื่อคว้าชัยชนะได้เพียงแค่ 6 จาก 30 นัดเท่านั้นจนทำให้พวกเขาตกไปอยู่ในอับดับบ๊วยของตารางแต่พวกเขาก็รอดการตกชั้นได้ หลังจากที่เอาชนะ สมอลล์ ฮีธ ไปได้ 5-2 ที่สนาม บรามอลล์เลน

แต่ในปีต่อมาทีมยังคงเล่นแย่เหมือนเดิมและต้องตกชั้นไปในที่สุด โดยแม้จะมีการยุบลีก และตั้งขึ้นมาใหม่แต่ทีมก็มีปัญหาในการเข้าร่วมลีกอีกครั้งเนื่องจากสถานะทางการเงินที่ไม่ดีนักก่อนที่พวกเขาจะล้มละลายเมื่อเข้าปี 1902 โชคดีที่มีผู้อำนวยการโรงกลั่นเบียร์ที่ชื่อ จอห์น เดวี่ส์ มาลงทุนกับสโมสร ทำให้เขากลายเป็นผู้อำนวยการและประธานสโมสรในท้ายที่สุด จากนั้นทีมก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้

และอีกไม่นาน เออร์เนสต์ แมกนัลล์ก็ถูกแต่งตั้งให้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนแรกของทีมในปี 1903 โดย แมกนัลล์ ได้นำพาไต่ขึ้นมาจากดิวิชั่น 2 ได้และจากสไตล์การเล่นที่รวดเร็ว และ สวยงาม ในฤดูกาล 1907-08 “ปีศาจแดง” ก็สามารถคว้าแชมป์ลีกมายังถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรแถมในปีถัดมาพวกเขายังคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครองได้อีกต่างหาก

แต่หลังจากที่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ประสบปัญหาจนได้ เมื่อสนาม โอลด์
แทร็ฟฟอร์ดเกิดใช้การไม่ได้รวมถึงนักเตะบางคนก็อายุมากขึ้นทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยการเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมร่วมเมือง เพื่อขอใช้สนาม เมน โร้ด เป็นสนามเหย้า พร้อมกับแต่งตั้ง แม็ตต์ บัสบี้ เป็นผู้จัดการทีมชุดนั้นแต่ใครจะไปรู้ได้ว่าชายผู้นี้แหละที่ได้สร้าง “เร้ด เดวิลส์” ให้กลับขึ้นมาผงาดอีกครั้งเมื่อเขาพาทีมที่มีเด็กท้องถิ่นเป็นองค์ประกอบหลักคว้าแชมป์ลี
กในฤดูกาล 1951-52 และบับจากนั้นมันก็ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุค บัสบี้ เบ๊บส์ อันยิ่งใหญ่

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แชมป์ลีกในฤดูกาล 1955-56 ตกเป็นของพวกเขาและในฟุตบอลยุโรป บัสบี้ ก็สามารถพาทีมลุยเข้ารอบยูโรเปี้ยน คัพ และไปถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จก่อนที่จะตกรอบไปแต่ยังดีที่พวกเขาคว้าแชมป์ดิวิชั่นหนึ่งได้อีกสมัยและจะได้กลับมายุโรปใหม่ในปีหน้าแต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ เมื่อเครื่องบินโดยสารทีมที่ลงจอดในกรุงมิวนิค เกิดอุบัติเหตุขณะกำลังบินขึ้นฟ้า ส่งผลให้ผู้เล่นของทีม 8 รายเสียชีวิตทันทีและนั่นก็เป็นโศกนาฏกรรมที่สะเทือนใจที่สุดในวงการกีฬาทั่วโลกในขณะนั้น

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

คัมแบ็ค! ปีศาจแดง กลับมาผงาดอีกรอบ หลังแข้งสำคัญกลับมาลงสนามร่วมทัพ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก กลับมาฟอร์มเด่นอีกครั้งหลังจากที่พลาดท่ามา 3 นัดติด ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องกระสับกระส่ายในตำแหน่ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แข้งสำคัญหลายคนกลับมาลงสนามได้แล้ว และในวันเสาร์ที่ผ่านมาได้เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล ทีมดังจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และปีศาจแดงก็ได้ผงาดฟอร์มอันสุดโหดถล่ม สาลิกาดง ไปแบบขาดลอยถึง 4-1

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ในคืนวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน ท่านผ่านมา ในศึกลีกฟุตบอลสูงสุดของอังกฤษ ปีศาจแดง ได้เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล ทีมดังแห่งเกาะอังกฤษ

ปีศาจแดงได้แข้งคนสำคัญกลับมาลงสนามช่วยทัพได้แล้ว การกลับมาอีกครั้งของ พอล ป๊อกบา สุดยอดมิดฟิลด์ดาวรุ่งค่าตัวแพงของผีแดง หลังจากได้เจ็บไปราวๆ 2 เดือน และได้กลับมาทำผลงานได้อย่างสุดยอด ฟอร์มเด่นเอาสุดๆ ด้วยการทำแอสซิส 1 ยิง 1 ซึ่งเป็นผลงานที่ทาง โชเซ่ มูรินโญ่ พอใจเอาสุดๆ กับการกลับมาครั้งนี้ ส่วนคนสำคัญอีกรายคือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หรือนามที่เรียกกันว่า “พระเจ้า” แห่งวงการฟุตบอล ก็กลับมาลงนามได้เช่นกัน

แต่สิ่งที่น่าทึ่งไปกว่านี้คือ ซลาตัน กลับมาเร็วกว่ากำหนด ซึ่งหมายความว่าเขาหายเจ็บได้เร็วกว่าปกติที่ทางแพทย์ได้กำหนดไว้ แต่เจ้าตัวบอกว่าผมฟิตพอที่จะลงสนามช่วยสังกัดได้แล้ว ทั้งที่ทีมแพทย์สั่งห้ามแล้วว่าไม่สามารถลงสนามได้ แต่เจ้าตัวไม่ยอม แต่เจ้าตัวก็ได้ลงสนามแค่ 10 นาที เพราะกลัวอาการบาดเจ็บจะกลับมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี ปีศาจแดง ได้กลับมาทำศึกอีกครั้งในระบบที่มีแข้งคนสำคัญหลายคนกลับมาช่วยทีมได้ ทำให้นึกถึงช่วงเปิดฤดูกาลใหม่ๆ ที่ผีแดงผงาดฟอร์มได้สุดยอดเอามากๆ ด้วยสถิติไม่แพ้ใครเลยมา 6 นัดติด

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ส่อแววรุ่ง! 5 เหตุผลที่ “มาร์คัส แรชฟอร์ด” จะจรัสแสงในซีซั่นนี้

หลังจากที่ได้เห็นฟอร์มของศูนย์ดาวรุ่งอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด ในปรีซีซั่นแล้วก็ต้องบอกว่าเล่นเอาสาวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฝันหวานไปตามๆ กันเลยว่าพวกเขาจะได้ยอดกองหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกคนอย่างแน่นอน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก ได้ทำศึกผ่านมาหลายสัปดาห์แล้ว และผลงานก็คงที่ แต่สิ่งที่น่าจับตามองอีกอย่างก็คือ แข้งดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด เจ้าหนูวัย 19 ที่ทำผลงานได้อย่างน่าชื่นชม และเขายังได้รับคำชื่นชมจาก โชเซ่ มูรินโญ่ อีกด้วย และจากนี้เรามาดู 5 เหตุผลที่จะทำให้รู้ว่าแข้งหนุ่มรายนี้จะฉายแสงในวงการลูกหนังได้ดีแค่ไหน

และนี้คือ 5 เหตุผลที่ทำไม มาร์คัส แรชฟอร์ด จะระเบิดฟอร์มได้ในฤดูกาลนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

5. ประสบการณ์เพิ่มขึ้น

ฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ 3 ของเขากับทีมชุดใหญ่โดยแม้จะมีโอกาสลงสนามไม่ได้มากมายอะไรแต่เขาก็ได้รับคำแนะนำจากบรรดาซุปตาร์รุ่นพี่เป็นประจำไม่ว่าจะเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หรือ เวย์น รูนีย์ ก็ตามทำให้ในฤดูกาลใหม่นี้ที่จะเริ่มขึ้นเจ้าตัวน่าจะมีความนิ่งและเฉียบขาดในการทำประ
ตูและจบสกอร์มากกว่าเดิมซึ่งถือเป็นจุดอ่อนของเขาในซีซั่นก่อน

4. ระบบทีมดูดีขึ้น

การจากไปของ เวย์น รูนีย์ และการเข้ามาของโรเมลู ลูกากู จะทำให้แผงหน้าของ ยูไนเต็ด มีความน่ากลัวมากขึ้นซึ่งจะช่วยลดความกดดันของ แรชฟอร์ด ได้เป็นอย่างดีเพราะคนจะหันไปเพ็งเล็งที่
ลูกากู มากกว่าและด้วยสไตล์ถึก เร็วของลูกากูจะทำให้ แรชฟอร์ด เล่นได้ง่ายมากขึ้นเพราะมีคนคอยชนกองหลังให้นั้นเอง

3. ความสามารถหลากหลาย

แม้ตำแหน่งถนัดของ แรชฟอร์ด จะเป็นกองหน้าแต่หลายๆเกมเราจะเห็นว่า แรชฟอร์ด สามารถที่จะถ่างออกไปเล่นทางด้านข้างได้ดีแม้แพ้ปีกธรรมชาติเลยทีเดียวแถมเจ้าตัวยังมีเซ้นต์บอลที่ยอดเยี่
ยมมีคิลเลอร์พาสสวยๆให้เห็นบ่อยครั้งดังนั้นการที่มีเขาอยู่ในสนามจะช่วยเพิ่มมิติเกมรุกให้กับ ยูไนเต็ด ได้มากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

2. โอกาสลงสนามมากขึ้น

มูรินโญ ได้แอบเปรยออกมาแล้วว่าอาจจะทำให้ แรชฟอร์ด เล่นเป็นศูนย์หน้าร่วมกับ โรเมลู ลูกากู
ในฤดูกาลใหม่นี้หลังจากที่ในฤดูกาลก่อนที่ผ่านมามูรินโญ มันเลือกที่จะใช้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เป็นหน้าเป้าคนเดียวและถ้าหากไม่เจ็บไม่ป่วย มูรินโญ ก็แทบจะไม่เปลี่ยนไม่พักออกเลยทำให้จะมีได้ลงมากขึ้นก็ตอน ซลาตัน เจ็บเท่านั้นเอง

1. มีความเป็นมืออาชีพ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวออกมาว่า แรชฟอร์ด ลงทุนทำห้องความเย็นเพื่อเร่งการฟื้นฟูสภาพร่าง
กายในบ้านของตัวเองซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวทุ่มเทต่อการลงสนามรับใช้ปีศาจแดงแค่ไหนแถมยังคงเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่องจะเห็นได้จากร่างกายที่ดูแข็งแกร่งมากกว่าเดิมในช่วงปรีซีซั่นนี้

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เอาฮา! “มูรินโญ่” เผยแท็คติกบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล ในศึกแดงเดือดคืนนี้

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือจอมเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยแท็คติกใหม่เอาฮา หลังบอกบรรดานักข่าวว่าเขาจะจัดกองหน้า 9 ตัวลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีก นัดสำคัญกับ ลิเวอร์พูล วันเสาร์นี้

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผย ทีมของเขาต้องใช้ระบบเกมนี้เท่านั้น ในเกมที่จะบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล เพื่อจะคว้าชัยชนะในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม นี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

มูรินโญ่ มักถูกวิจารณ์และโดนแซวอยู่ตลอดจากกุนซือทั่วโลกว่าชอบใช้รถบัสมาจอดหน้าประตู หรือเอาแต่เน้นเกมรับมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเจอกับทีมใหญ่ แต่ในศึกที่ต้องเจอกับหงส์แดงครั้งนี้น้ามูตอบเอาฮาว่า ทีมของเราจะเล่นแผนหน้า 9 ตัว เพื่อเปิดเกมรุกเต็มรูปแบบ(แอบหัวเราะเบาๆ)

นายใหญ่ ปีศาจแดง ตอบคำถามนักข่าวแบบเอาฮาเกี่ยวกับเรื่องแท็คติกของเขาที่จะใช้ในเกมกับ หงส์แดง ว่า ”ผมจะเล่นด้วยกองหลังหนึ่งคน และกองหน้าเก้าคน, ไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้”

”เราให้ผู้เล่นหนึ่งคนอยู่ในแดนหลัง เราจะใช้ระบบใหม่ เราจะเล่นด้วยกองหน้าเก้าตัว, ฉะนั้น ไม่ต้องกังวล”

ศึกแดงเดือดเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2017 จะแข่งขันในเวลา 18.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทาง beIN SPORTS 1

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ